Story

เรื่องมันมีอยู่ว่าตอนเย็นวันก่อนเข้าเรียน ผมได้ upload ไฟล์อัดเสียงของ Lecture ในห้องเรียนให้เพื่อนๆในห้องเพื่อเอาไว้เป็นการอ้างอิงและทบทวนบทเรียนได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น แต่แล้ววันต่อมาผมก็ได้รับ e-mail ท่ำทำร้ายจิตใจผมเป็นอย่างมาก ใช่แล้วครับ ผมถูกด่าและประจานครับผม !! ท่านสามารถกดที่ Link เพื่อดูภาพใหญ่ได้ครับ.

ภาพที่ 1 e-mail ที่มากล่าวหาว่าผมภาพอุจาดแล้วบอกว่านี่เป็นไฟล์เกี่ยวกับการเรียนครับ..ผมก็เฮ้ย อะไรวะในเมื่อ Megaupload เนี่ยผมอัพให้เพื่อนๆใน class อื่นมาตลอดแถมยังไม่เคยมีปัญหา อะไรน่ะภาพผู้ชายเปลือยครึ่งตัว ? ผมจะส่งของแบบนั้นไปทำบ้าอะไร.. .

..

ภาพที่ 2 และแล้วเพื่อนคนอื่นที่อยู่ใน Class ก็มาอธิบาย ว่าผมไม่ได้ส่งภาพ มันคือ Ad ของเวปอัพโหลดไฟล์ฟรี ที่มันไม่ได้มีอันตรายแถมผมอุตสาห์อัพแจกทุกคน ลองคิดดูนะครับว่า File ขนาด 200-300 เมกเนี่ย อัพโหลดยากขนาดไหนแถม host ที่อัพได้เนี่ย จริงๆแล้วเป็น account เสียเงินนะครับ ถึงจะอัพไฟล์ใหญ่ขนาดนั้นได้..  .

.

ภาพที่ 3 เพื่อนใน class อีกคนก็มาสมทบว่า มันไม่มีอะไรเลย ถ้าคุณกดที่ปุ่มโหลดก็จบแล้ว และ file ในนั้นที่ให้โหลดก็เป็นไฟล์ lecture ด้วย..เอาละครับทุกท่าน คนที่โวยมาหน้าแตกแล้วละ นอกจากจะไม่มีใครเห็นด้วยแล้ว ยังกลายเป็นโชว์โง่อีก  .

.

ภาพที่ 4 ก็ยังเป็นคำขอบคุณที่ผม อัพไฟล์แจก.. ...

.

ภาพที่5 เอาละเจ้าของ e-mail เริ่มแถล่ะ ว่าเออนั่นไฟล์ที่เกี่ยวกับการเรียนนะ แต่มันไม่ต้องการ ชิ้นส่วนโฆษณา แล้วก็โอละพ่ออ้างไปถึงว่าคนๆหนึ่งในห้องส่งรูปการ์ตูนโป๊ไปให้ .... โอ้โหครับแล้วมันเกี่ยวกับเคสนี้ป่าวเนี่ย ถ้าส่งมาจริงทำไมไม่ รายงาน e-mail เจ้าปัญหาอันนั้นละครับ มาประจาน e-mail อันนี้ทำไมมิทราบ...

.

ภาพที่ 6 เพื่อนๆมาให้กำลังใจผมอีกแล้วครับ กล่าวขอบคุณทั้งคนที่อธิบายแล้วก็ผมที่เริ่มอัพไฟล์แจกครับ.
.

.

ภาพที่ 7 Dean (คนที่ดูแล ด้านธุรการ ของ นักศึกษาปริญญาโท) e-mail มาละว่าให้ใช้ e-mail ของมหาลัยเพื่อการส่งไฟล์แทนน่าจะลดปัญหาได้ ทีนี้ ลองคิดดูนะครับ ว่าทำไม Dean รู้เรื่องได้ เดี๋ยวเราไปชมกัน..(ภาพที่ 7 เป็นต้นไป ผม cencor ข้อความของ Dean ด้วยสีแดงแทน ภาพแรกๆลืม)   
.

.

ภาพที่ 8 เป็นคนนึงใน Class ที่น่าจะเข้าใจสถานการณ์และบอกว่า เรื่องแบบนี้น่าจะ คุยกันแค่คนที่มีปัญหามากกว่าจะ ส่งไปให้ทั้งห้อง..  .

.

ภาพที่ 9 คนก่อเรื่องยังแถต่อไปครับ ว่า เป็นเพราะว่าตัวเองไม่คิดว่าจะได้รับอะไรแบบนี้ ? แบบไหนละเนี่ย ลองดูที่ผมวงไว้นะครับ ตอนแรกผมอ่านแล้วรู้สึกว่า ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เรื่องมันใหญ่ โทษนะครับ ถ้าไม่ตั้งใจเนี่ย em นี้จะ FW ไปหา Dean / ผู้สอน และทุกคนใน Class เหรอครับ นี่นะเหรอครับ วิธีการของคนที่ทำงานกับรัฐกับมีการศึกษา แถมยังโง่บอกอีกนะว่าตัวเอง มาช้าเพราะงาน บลาๆ แหมเรียกร้องความสงสารจังเลยนะครับ ตัวเองขัดจังหวะคนอื่นเรียนแถมแบกถุงใส่อาหารเข้ามาในห้องด้วยนะ เหอะ คิดว่าเพศเดียวกับแม่ผม แถมผิวสีเดียวกับ ปธน ประเทศผมแล้วจะถูกทุกอย่างเหรอ ? เออพื้นฐานของประเทศที่ผมกำลังศึกษาต่อเนี่ย มีสองปัจจัยนี้ก็ชนะศาลได้ไม่ยาก เออผมรู้ แล้วไง?..

ภาพที่ 10 เริ่มมีคนมาปิดประเด็นละ แต่งานนี้ใครกันแน่ที่มีปัญหา ?..
แต่นี่ผมสงสัยมากๆเลยครับว่า . 
  1. ไม่เข้าใจว่าพวกนี้ทำงานกับ government โดยไม่มีสมองได้ยังไง 
  2. อยากทำเป็น FW e-mail แฉมากๆถ้าไม่เกรงใจมหาลัย  
  3. เปิดเมลที่ไม่เกี่ยวกับที่ทำงาน จะโดนสอบวินัยก็สมควรแล้ว  
  4. ในเมื่อคนใน class ที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ ราวๆ 80 คนไม่มีปัญหา ทำไมมีคนเดียววะ ที่มีปัญหาเนี่ย
  5. reply all เนี่ยมองในแง่ร้ายคือประจาน แต่ดันหน้าแหก แล้วบอกว่า ไม่รู้ว่าทำไมมัน out of hand ? (เกินกว่าที่ควรจะเป็น) 
  6. ปุ่ม reply reply all forword อยู่คนละที่นะครับ 
  7. สรุปบอกว่า คิดมากไปเอง ? เหอะใครจะเชื่อ  
  8. Free site แล้วไงครับผมจ่ายตังนะครับรายเดือนเนี่ย ถึงอัพได้ ไฟล์ละ 300 เมกต่อ Class นึงแถมคนใน Class นึงร่วม 30 ลองคูณดูสิครับว่าแต่ละ Class เนี่ยผลาญ Bandwidth มหาศาลขนาดไหน แล้วจะให้ผมเช่า Dedicate Server มาเพื่อแจกเหรอครับ ตลกแล้ว แล้วก็ขอโทษครับไม่ได้รวยขนาดเปิด Server ที่ดีขนาดนั้นให้ download ได้ 
  9. พรุ่งนี้ ไปคุยกับ advisor ดีกว่าถ้าผิดระเบียบ ผมจะเลิกอัพ จบ 
  10. แล้วรอดูดราม่า .. .... 
พบกันใหม่ครับทุกท่าน
.
.
เข้าเรื่องเลยละกัน เพื่อนผมเขาขอให้ผมลงเครื่องใหม่ให้เพราะ Laptop เขาช้ามาก ใช้โปรแกรมพวก System Repair ก็ไม่หาย และเครื่องหมดประกันแล้ว (ซื้อมาราวๆ ปี 2006) แต่สภาพยังดีอยู่เลย Dell Inspiration E1501 Core 2 duo 1.83 ram 2 gb
ตอนแรกผมไม่แน่ใจว่าเครื่องมันมี แผ่น window / recovery มาให้ไหมเลยบอกให้เขาเอาแผ่นมาให้หมด และปรากฏว่าอืม .....ไม่มีแผ่นวุ้ย แถมดูยังไงลงใหม่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เลยให้ backup ข้อมูลสำคัญไปแล้ว
และจากการที่ผมดูแล้วมั่นใจว่าเครื่องใหม่ขนาดนี้น่าจะสามารถทำ Restore to Factory Default ได้ (Ghost HDD กลับไปเป็นเหมือนตอนซื้อเครื่องใหม่ๆ) แต่แล้ว....ปัญหาคือ !!!
.
.
มันต้องกดอะไรฟระ ....
.
.
คือผมไม่ได้จำได้ทุกยี่ห้อหรอกนะครับ คู่มือเขาก็ทำหายไปแล้ว เอาละผมเลยตัดสินใจลองโทรหา Tech Support ดู หลังจาก ตรวจสอบหมายเลขบนเครื่องและชื่อเจ้าของแล้ว
. 
และปรากฏว่า .. 
.
. 
เครื่องหมดประกันแล้วครับ .... (เออรู้นานแล้วว้อย)
.
.
ทีนี้คำถามของผมมีแค่ กดปุ่มอะไรที่ไว้สั่ง Revert back to default setting....
.
.
และแล้วเขาก็ตอบกลับมาว่า "เรื่องนี้ต้อง Transfer Call to Senior Engineer และต้องเสียค่าบริการ 49$"
.
.
โอ้ววววววว เรื่องแค่นี้ต้องโทรหา ซีเนียร์เอนจิเนียร์ครับ ......ดราม่าพาปวดตับเหลือเชื่อเลยสินะ...
.
แน่นอนว่าผมตอบไม่และวางสายในบัดดลครับ...และแล้วก็พึ่ง...กู...ครับ ....
..
.
กูเกิ้ลเพื่อนรัก You are my best Friend..... 
.
. 
คำตอบสุดยอดเลยครับ แค่กด Ctrl กับ F11 ตอนบูทเครื่องก็เข้าโหมด ghost Harddisk กลับได้แล้ว
.
.
ผมต้องโทรไปบอกพ่อกับแม่มั้ยว่าผมทำได้แล้ว ....
.
ปล. ใครไม่รู้แล้วอยากบริจาค 49$ ให้ปวดตับเล่นเชิญ... 
.
.
ปล 2 ใครคิดว่าผมโกหกใส่ไฟละก็ เชิญไปหาข้อมูลได้เลยนะครับ เขาบอกแต่ตอนโทรไปแล้วว่าข้อมูลจะถูกบันทึกไว้เพื่อตรวจสอบคุณภาพการบริการ
.
.
.
.
.
.
ในที่สุดมินิสตอรี่ก็ได้เกิดขึ้นมาจนได้ โดยส่วนตัวแล้วผมอยากเผยแพร่นิทานเหล่านี้ไว้ให้เด็กๆได้อ่านกันเพื่อจะได้ทันกับโลกปัจจุบันอันซับซ้อน และไม่สามารถแบ่งแยกดำขาวได้อีกต่อไป
.
หมายเหตุนิทานเรื่องนี้ เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นโดยจินตนาการอันกว้างไกลของผู้เขียนเท่านั้นหาได้ใช้ตัวอย่างจริงจากสังคมไม่หากไปซ้ำกับเหตุการณ์ที่ไหนไม่ใช่ความรับผิดชอบของผู้เขียนทั้งสิ้น
.
กาลครั้งหนึ่งไม่นานเท่าไหร่ ....
.
บริษัทเกมออนไลน์แห่งหนึ่งเปิดเซอเวอร์ เกมสารขัน ซึ่งเป็นที่เกมที่นิยมมากในประเทศที่ล้ำหน้าทางเทคโนโลยี และด้วยคะแนนนิยมอย่างล้นหลามทำให้เกมดังกล่าวถูกนำมาเปิดเซฟเวอร์ในประเทศไพร่แลนด์อย่างถูกกฏหมาย แน่นอนว่าประชาชนผู้ใช้อินเตอร์เนทให้ความสนใจกันอย่างล้นหลามในตอนเปิดตัว ถึงขนาดมีการออกงานโปรโมทกันอย่างไม่หยุดหย่อนเลยทีเดียว แต่แล้วในขั้นตอนของ เบต้าเซอเวอร์(ระบบทดลองให้เล่น ก่อนเสียเงินจริง)นั้นเอง ก็ได้ปรากฏการณ์ขึ้น
.
นั่นคือการที่มี เพลย์เยอร์(Player) คนหนึ่งมีความพิเศษกว่าเพลย์เยอร์คนไหนๆ มีไอเทมที่ยังไม่ดรอปในเกม
แถมยังสามารถใช้คำสั่งของจีเอ็ม(GM – Game Master) โชว์ได้อย่างไม่มีจำกัด สร้างความเลื่อมใสให้กับเหล่าคนที่มาเล่นเกมเป็นอันมาก และเมื่อเวลาผ่านไปเพลเยอร์คนนั้นก็ได้เปิดเผยว่าตัวเองเป็นจีเอ็มคนหนึ่งที่ลงมาเล่นในเซอร์เวอร์แต่ชะรอยเนื่องจากวรีกรรมที่ทำมาไม่ได้มีแต่ด้านดี หากแต่การใช้อำนาจจีเอ็มในการกดหัวผู้เล่นคนอื่นที่มีความสามารถขึ้นมาทาบรัศมีคนแล้วคนเล่า
.
และแล้ววันหนึ่งเมื่อเกมเวอชั่นจริงกำลังจะเปิดตัวในไม่ช้าผู้บริหารสูงสุดก็ได้แปลกใจอย่างยิ่งที่จำนวนผู้เล่นกลับหายหัวไปอย่างน่าใจหาย ราวกับผีทั้งป่าช้าโดนน้ำพัดพาไปหมดทั้งต้นไม้ทั้งผีงั้นแหละ หลังจากการสืบสาเหตุอย่างเอาเป็นเอาตายก็พบว่าบรรดาเจ้าของ ISP ซึ่งโดนโกงโดยGMเหมือนกัน เลยขึ้นป้ายไม่สนับสนุน ทำให้ประชาชนที่เล่นผ่าน ISP นั้นๆ เสื่อมความนิยมในเกมสารขันลงอย่างล้นหลามทำเอาผู้บริหารของเกมสารขันถึงกับนั่งไม่ติดหาทางเชิญชวนเหล่าผู้บริหารของ ISP มาร่วมคุยเปิดอกถึงวิกฤติการดังกล่าวอย่างเร่งรีบไม่แพ้การกู้เงินช่วยชาติของประเทศโลกที่สามเลยก็มิปาน การประชุมถูกจัดขึ้นโดยที่เหล่าหัวงานมีการเตรียมการอภิปรายอย่างเพียบพร้อม
.
.
เจ้าของเกมสารขันแห่งไพร่แลนด์เปิดฉากการอภิปรายด้วยความยากลำบากถึงการไปติดต่อกับตัวแทนต่างประเทศรวมถึงขั้นตอนต่างๆนาๆในการเปิดและดูแลเซอร์เวอร์โดยที่ไม่มีใครเอ่ยปากถาม
.
แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่การประชุมครั้งนี้ถูกจัดขึ้น !
 .
 .
และในที่สุดปริศนาทั้งหมดก็ไขกระจ่าง !!!
.
 .
เรื่องราวเกิดขึ้นจากการที่เหล่าผู้เล่นที่เดือดร้อนและไม่พอใจการกระทำของ GMเกมสารขัน ได้ถูกส่งขึ้นไปยังเจ้าของผู้ให้บริการเกมสารขันแห่งประเทศไพร่แลนด์ ได้รับทราบการกระทำอันมิสมควรเหล่านี้ แต่แล้ว คำตอบก็ออกมาแก่สายตาของผู้เข้าประชุมว่า
..
“ มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ ผมไม่รู้เลย ? ”
.
โอ้ว ชีส (เนยแข็ง) ยอดมากเลยครับตะกี้เพิ่งพูดอยู่หยกๆนะครับว่าดูแลทุกขั้นตอนแต่ปัญหาที่มีมาช้านานกลับบอกว่าเพิ่งรู้และหลังจากนั้นก็ยังสร้างความเซอไพรซ์ ว่าเพลเยอร์คนนั้นไม่ได้เป็นจีเอ็มของทางบริษัท หากแต่ว่า “ สนิทกันเป็นพิเศษ ” กับคนดูแลระบบรวมทั้งกับทีมงานด้วย แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทางบริษัท และ “อำนาจทุกอย่างในการตัดสินใจเป็นของผม ”ผู้บริหารบริษัทเกมกล่าว
.
.
แน่นอนว่าการประชุมยังคงดำเนินไปอย่างเผ็ดร้อนโดยเนื้อหารวมคือความผิดของว่าที่ GM ในเกมแต่ทว่าในท้ายที่สุดเหล่าผู้เล่นก็ได้รับคำยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าเรื่องนี้จะถูกจัดการและแล้วผู้บริหารบริษัทเกมก็ได้กล่าวคำถามขึ้น
.
“ พวกคุณยังจะเล่นเกมนี้กันรึเปล่าครับ ผมลงทุนไปมาก เพื่อให้ทุกคนได้สนุกกัน และไม่อยากให้มันเจ๊ง ”
.
คำตอบจากเหล่าผู้ให้บริการ ISP ก็มีเพียงแค่ทางเราจะยกเลิกข้อความไม่สนับสนุนระหว่าง ISP ของเรากับเกมดังกล่าวที่เหลือเป็นเรื่องของผู้เล่นทุกคนที่เขาจะตัดสินใจเอง ทั้งนี้และทั้งนั้นทางเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่คุณมาแสดงความจริงใจต่อทางเรา ใช่แล้วละถึงจะเป็นคำตอบที่ดูไม่งดงามนักแต่เหล่าผู้บริการจะทำอะไรได้ละครับ
บังคับขายเนทพร้อมกับแพคเกจเกมเพื่อให้ เกมสารขันไม่เจ๊งเหรอ ?
.
สิ้นสุดการเจรจา นั้นเองเจ้าของผู้นำเข้าเกมสารขันก็ได้เอ่ยกับทุกคนที่มาประชุมว่า
.
“ แล้วผมจะเสียเวลามาทำไมเนี่ย ? ”
.
สร้างความรู้สึกที่ต่างๆกันไปของเหล่าผู้เข้าประชุมยิ่งนัก และเมื่อเวลาผ่านไปการตกลงนอกรอบก็ได้เกิดขึ้น
โดยการที่จะเปิดเซอร์เวอร์ใหม่ชื่อ ‘ โอตากร๊วก ’ สำหรับเหล่าผองเพื่อนของผู้ให้บริการ ISP โดยสัญญาว่าจะไม่มีการก้าวก่ายจาก GM อีก
.
Happy Ending ? รึเปล่า ?
.
ดูแล้วคงเหมือนกับ วิน – วิน ซิทูเอชั่น (Win – Win Situation หรือการชนะด้วยกันทั้งสองฝ่าย)
เหล่าเพลย์เยอร์ที่พอจะรู้จักคนมีอำนาจใน ISP ก็จะได้เข้าไปเล่นในเซอร์เวอร์ส่วนตัว โดยไม่ถูก GM ข่มเหงอีก
คนทั่วไปก็จะถูกเด้งไปยังเซอร์เวอร์ปรกติ ที่ซึ่ง GM ยังสามารถแสดงอำนาจความเป็นเทพเหนือกฏเกมได้ดังเดิม
.
ในความเป็นจริงแม้ว่าจะเป็น วิ่น – วิ่น ชิทูเอชั่นก็ตามที (ขาดวิ่น ทั้งคู่)
..
- เหล่าคนที่ทำให้เปิดเซอร์เวอร์ โอตากร๊วกก็ต้องเสียเงินจำนวนหนึ่งซื้อความพิเศษขึ้น เพื่อสร้างหน้าตาให้ตัวเอง รวมถึงซื้อความไม่ถูกโกงด้วยราคาที่เหมือนจะโดนโกง
.
- ทางเจ้าของเกมสารขันก็ต้องกัดฟันกับการที่เสียอำนาจเบ็ดเสร็จรวมถึงเสียงบ่นจากลูกน้องถึงความไปกร่างไม่ได้แถมยังไม่สามารถฟันกำไรเต็มที่จากการหลอกคนทั่วไปได้อีกต่างหาก
.
เจ็บทั้งคู่แหละครับแล้วใครจะรู้ว่า GM แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ถ้าเขาเป็น “ คนที่สนิทกันเป็นพิเศษ ” กับใครอีกซักคนล่ะ ?
.
วัฏจักรมันเหมือนยุงวางไข่เลยละครับวนเวียนกันแบบนี้แล
.
End True End – Never Ending Story……
 .
จบแล้วครับสำหรับตอนแรกของ นิทานสารขัน เด็กอ่านได้ผู้ใหญ่อ่านดี ขอให้อ่านอย่างมีวิจารณญาณนะครับผู้เขียนมิได้ต้องการเสียดสี ใส่ความ หรือประจานใครทั้งนั้นด้วยความสัตว์จริง หากแต่แต่งนิทานนี้ขึ้นมาเพื่อให้เด็กที่อ่านได้รู้จักคิดและมองโลกกว้างขึ้น
.
.
แต่อย่างใดก็ตามผลข้างเคียงจากการอ่านนิทานสารขันอาจเกิดขึ้นได้
.
หากท่านใดเกิดอาการเหล่านี้ ?
.
หายใจติดขัด - ราวกับจะสำลักเอาก้อนที่อุดตันในทางเดินหายใจออก ใช้ยาดม ‘ถึงใจ’ นะครับ
เสียบเข้ารูจมูกซ้ายทะลุรูจมูกขวาเลยท่านจะได้หายใจคล่องและปลอดโปร่ง ปราศจากความคิดไบแอส หรือความคิดด้านเดียวซะที
.
เกิดตาบอดฉับพลัน – ไม่สามารถมองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ทุกอย่างมืดมัวไปหมด ขอแนะนำ ยาหยอดตายี่ห้อ ‘ฟายเลี้ยงคน’  ในเมื่อยายี่ห้อนี้สื่อให้เห็นถึงการที่คนไม่ยอมรับทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นจนให้ฟายมาเลี้ยงดีกว่า หยอดซะนะจะได้ตาสว่าง
.
สมองตื้อ – ไม่สามารถรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นได้ ต้องใช้ เต้าหู้ ตรา ‘รถคว่ำช้ำรัก 69’
วิธีใช้คือขึ้นไปบนเขาอากิบะนะครับแล้วเอาเต้าหู้โขกกับหัวสามเวลาหลังอาหารจนกว่าสมองของท่านจะแข็งกว่าเต้าหู้ และเมื่อนั้นสมองของท่านก็จะไม่อ่อนแออีกต่อไป
.
สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านเอนจอยไปกับ นิทานในวันนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้า