ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนว่าเกิดอยากเขียนขึ้นมาซะงั้นละครับไม่ใช่เนื่องในวันแม่ ไม่ใช่เนื่องในวันพ่อ
นิสัยอย่างผมทำอะไรเมื่ออยากหรือไม่ก็มีเหตุผลที่ไม่ยอมบอกง่ายๆนั่นแล แต่ผมก็อยากจะกล่าวอะไรถึงพ่อกับแม่หน่อย
ถ้าถามเหตุผลคงนับเป็นข้อๆได้บ้างเช่น
1.ช่วงนี้มีแต่คนคุยเรื่องครอบครัวกับผมมั้ง แล้วปรกติผมไม่ชอบเล่าอะไรแบบนี้ให้คนอื่นฟังด้วย ไม่เข้าใจตัวเองซะงั้นแหละ
2.ทั้งๆที่กำลังจะกลับไทยแล้วแท้ๆ ไหงคิดถึงบ้านขนาดนี้ก็ไม่รู้สิ
3.ช่วงนี้ ทั้งงานทั้งเรียถึงพ่อกับแม่ ....นทำเอาไม่ได้เล่นเกม ไม่ได้เที่ยว ขนาดคอมตัวเองที่เริ่มรวนยังไม่ว่างลงใหม่เลย HDD ตัวใหญ่ที่ไว้ Backup ส่งมาร่วมสองอาทิตย์ยังไม่ได้แกะซองด้วยซ้ำ.....
ส่วน HDD อีกตัวที่ลง OS พร้อมใช้ก็ยังไม่มีอารมณ์ถอดเปลี่ยนเลยให้ตายสิ
ส่วนหัวข้อน่ะเหรอ ถึงพ่อกับแม่ ....
ขอเริ่มที่คำว่า " พ่อกับแม่ดีใจที่ลูกเป็นลูก " คำนี้คนอื่นอาจจะฟังดูแปลกๆนะครับ
คงต้องขอเกริ่นซะหน่อยว่าผมเป็นคนที่
อิสระทางความคิดของตัวเองแทบจะอยู่เหนือสิ่งอื่นใดเลยล่ะ
แล้วยังไงต่อล่ะ ?
ครับ...พ่อกับแม่เลี้ยงลูกคนนี้มาอยู่กับผมมา ถึงท่านทั้งสองจะไม่ใช่พ่อแม่ตัวอย่าง ผมไม่สามารถพูดได้ว่้าท่านวิเศษวิโสอะไรมากไปกว่าที่ว่า "ท่านทั้งสองเป็นพ่อแม่ของผม"
แน่นอนครับชีวิตที่ผ่านมาครอบครัวของผมอยู่ในฐานะที่ไม่ได้รวย ไม่มีเหลือใช้ แต่ไม่ได้เป็นหนี้ใคร ผมเองใช้ชีวิตในแบบที่ผมอยากรู้ อยากลอง อยากเห็นได้ โดยที่ไม่ได้โดนบังคับไปเสียทุกอย่าง
จริงที่ว่าไม่ว่าบ้านไหนก็มีข้อบังคับทั้งนั้นละครับมากน้อย จุกจิกไปตามสถานะของบ้านนั้นๆ สิ่งที่ผมได้จากพวกท่าน ก็มีทุนต่อชีวิต การเลี้ยงดู นิสัยดี แล้วก็นิสัยเสียของท่านทั้งสองผมก็ได้รับมาครับ
อ้าวแล้วทำไมผมถึงพูดถึงนิสัยเสียด้วยล่ะ ใช่แล้วล่ะเหมือนทั้งส่วนดีส่วนเสียนี่แหละคละๆมาจากทั้งคู่ยิ่งทำให้ผมมั่นใจว่าผมเป็นลูกของพวกท่านยังไงล่ะ
ตอนผมยังเด็กพ่อกับแม่เลี้ยงผมมาด้วยการที่ให้ผมตัดสินใจเอง คิดเองโดยที่ไม่ใช่แบบผู้ดีตอแหลที่บอกให้คิดเองแต่พอไมุ่ถูกใจก็กระแหนะกระแหน ด่าสีข้างกระทบแต่อย่างใด
ทุกอย่างที่ผมอยากรู้อยากลอง ผมได้เห็นผมได้คิด ผมไม่ได้เกิดมาสมบูรณ์พร้อม ความคิดอ่านก็ดีมั่งแย่มั่งไปตามประสบการณ์ขาดๆเกินๆนั่นแล
พ่อสอนผมในหลายๆเรื่อง ตอนสมัยเรียน ผมไม่เข้าใจอะไรผมก็มาถามพ่อ ที่ยังจำได้จนถึงบัดนี้คือ ตอนที่ท่านไปผ่าตัดหัวใจครับ ท่านฝากรหัสนิรภัย บัตรธนาคารและอื่นๆไว้ที่ผม สอนสั่งผมไว้ว่าถ้าเกิดอะไรขึ้น ผมจะต้องจัดการกับมันยังไง และแล้วก่อนกำหนดที่พ่อจะต้องออกจากโรงพยาบาลตามที่หมอแจ้งผมไว้ 1 วัน พ่อก็กลับมาที่บ้านและเปลี่ยนรหัสทั้งหมดก่อนที่ผมจะกลับจากโรงเรียนและกลับไปเยี่ยมท่านครับ.....
ผมเคยทะเลาะกับพ่อ เรื่องเงินสมัยเด็กๆหลายครั้ง ใช่ครับบ้านผมไม่รวย เงินก็ไม่มีเยอะพอที่จะสุรุยสุร่ายหรอก พ่อผมหาเงินมาด้วยความยากลำบากอันนี้ผมรู้ดี รู้มากตั้งแต่ก่อนทำงานหาเงินเองได้อีก
เพราะท่านออกจากบ้านไปแต่เช้ากลับมาก็เหนื่อยแสนเหนื่อย แน่ล่ะว่าต้องมีบ้างที่คุณพ่อ อารมณ์เสียสั่งสม ความลำบากที่ผมวัยเด็กไม่เข้าใจ เรื่องอื่นๆที่รุมเร้าท่าน จนท่านระเบิดมันออกมา
ใช่สิ ทำไมผมขอเงินไปเที่ยวเล่น หรือซื้อของเล่นเหมือนเด็กอื่นๆไม่ได้ ผมต้องทำเกรดก่อน ทำเกรดเสร็จ ได้รางวัลก็จริง แต่รางวัลนั้นก็เป็นกรรมสิทธิ์ของพ่อผม .....
แปลกไหมล่ะ เพราะนั่นซื้อมาด้วยเงินของพ่อผมไง ... หลังจากได้รางวัลได้ไม่เท่าไหร่ นับจากวันแรกที่เห็นสมุดเกรด แน่นอนผมไม่เก่งระดับ top ของชั้น ไม่เคยได้ด้วย วิชาไหนที่สัญญาว่าจะตั้งใจเรียน ก็ได้ 4 มา ผมก็ได้รางวัล แต่แล้ว .... เมื่อลูกเพื่อนพ่อคนอื่น มาด้วยเกรด 4.00 พ่อที่เคยใจดีเมื่อไม่กี่วันก่อนก็หายไป
" ทำไม สิบนิ้วเท่ากัน เรียนไม่ได้อย่างเขาล่ะ ...."
ผมในตอนนั้นจะไปเข้าใจได้ไงว่าเป็นแค่ความอิจฉา ผิดหวัง หรือขายหน้าเพื่อนผมจะรู้ไหม การที่ผมจะซื้ออะไรซักอย่างผมต้องเก็บเงินเอง วางแผนเอง แล้วก็ต้องขออนุญาติพ่ออีก ผิดกับเพื่อนอีกหลายๆคนที่อยากได้อะไรพ่อแม่เขาก็ให้ พ่อผมจะจ่ายในสิ่งที่ เป็น Social Paid (สังคมจ่ายได้พ่อผมจ่ายได้) ใช่ครับกิจกรรมโรงเรียน ทัศนศึกษาที่แสนจะน่าเบื่อเพราะมันคือการเดินแถวช่วงห่วยผิดกับการไปเองหรือไปกับครอบครัวเสียกะไร กิจกรรมเรี่ยไร พ่อผมจ่ายได้ แต่ถ้าอะไรที่เป็นสิ่งที่สนอง Need ของตัวผมเองพ่อผมจะไม่จ่ายให้แม้แต่แดงเดียว..... และอะไรก็ตามที่ผมออกไปก่อนเกี่ยวกับเรื่องเรียน หากผมไม่มีใบเสร็จ พ่อก็จะไม่คืนเงินให้เช่นกัน
ใช่ครับผมไม่มีทางเข้าใจหรอก จนป่านนี้ก็ยังไม่เข้าใจในหลายๆเหตุผล แต่ท่านก็เป็นพ่อของผมแหละ กว่าผมจะเข้าใจ อาจจะเป็นตอนที่ผมเป็นพ่อคนก็ได้......
คุณแม่มีเวลาให้ผมเท่าๆกับที่พ่อมี เพราะบ้านผมในตอนนั้นต้องช่วยกันทำมาหาเงินครับ คุณแม่จะจู้จี้เรื่องมารยาทที่แสนน่าเบื่อ บ่นให้ฟังบ่อยๆว่าไม่อยากได้ลูกชาย ลูกสาวน่ารักกว่า ไม่ซน ช่วยดูแลบ้าน
ผมชอบเวลาที่แม่ทำอาหารให้ทาน ถึงตอนนี้ผมจะทำได้เยอะกว่าที่แม่เคยทำได้แล้วก็ตาม แต่ผมก็ยังอยากกินอาหารฝีมือแม่มากกว่าอยู่ดี ทั้งๆที่แม่ทำให้ผมท่านอยู่แค่สามอย่างตั้งแต่ผมจำความได้ ผัดสปาเกตตี้ ซุปไก่ แล้วก็ ไข่เจียว แม่เคยพยายามทำเค้กให้ผมทาน แต่มันก็แข็งไม่อร่อยเลย แต่ก็ทำให้ผมลงมือทำก่อนที่แม่จะทำให้ผมกินนั่นแหละ .... เพราะงั้นเมื่อแม่ซื้อแป้งมาผมก็จะลงมือทำก่อนที่แม่จะกลับบ้านมาทำให้กิน ผลดีมั้ง ....
ผมชอบฟังแม่เล่านิทานให้ฟัง สมัยเด็กแม่เล่าให้ฟังเยอะแยะ หนังสือนิทาน หนังสือภาพ แม้แต่การ์ตูนอย่าง อาราเล่ หรืออุลตร้าแมนสมัยเล่มใหญ่ๆแม่ผมก็เปิดเล่าให้ฟังได้ตอนที่ผมป่วยอยู่โรงบาล ถึงแม่ว่าพอขึ้นประถมแม่จะอ่านให้ฟังแต่หนังสือเรียนก็ตามทีเหอะ นิสัยชอบอ่านหนังสือก็มาจากคุณแม่ ท่านอ่านหนังสือหลายอย่าง
แม้หลังๆท่านจะติดละครมากกว่าเพราะต้องดูเรื่องเดียวกับเพื่อนๆเขาก็ตามที แถมยังเอาวีดีโอที่ผมอัดเก็บไว้ไปอัดรายการอะไรก็ตามที่ท่านอยากเก็บไว้ตอนนั้นแบบที่ไม่เคยถามซักคำ ทุกวันนี้วีดีโอการ์ตูนเก่าๆของผม จะมีเหมือนโฆษณาแทรก ที่เป็นรายการอะไรก็ตามที่แม่ผมอยากอัดเก็บ แล้วท่านจะอัดทับไปโดยไม่สนเลยว่าผมอัดอะไรไว้ ขอให้ไม่ใช่ม้วนเดิมที่ท่านอัดละครของท่านไว้เองเป็นใช้ได้ก็ตามที
แต่ว่าคุณแม่ผม เป็นคนแรกที่มาถึงผมเมื่อผมป่วย ประสบอุบัติเหตุ หรือมีปัญหากับอาจารย์ ก็ตามแม่ไม่เคยปกป้องผมออกนอกหน้า ท่านรับฟังทุกฝ่ายก่อนจะตัดสินใจในความคิดของท่านเอง ตอนเด็กๆผมไม่เข้าใจหรอกว่าไอ้คำว่า ผิดทางสังคมเนี่ยมันคืออะไร ผมเติบโตมาโดยที่แม่ผมสอนไม่ให้ โกหก คดโกง ปลิ้นปล้อน กล้าที่จะรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองคิด พูดไม่ว่าต่อหน้าหรือลับหลัง ถึงผมจะยังเสียใจทุกวันกับคำที่ว่า " ถ้าแม่สอนให้ลูกเป็นคนที่อยู่ในระเบียบ หัวอ่อน และมั่นใจในตัวเองน้อยกว่านี้ คงจะดีไม่น้อย " ก็ตาม
แม่ใช้เวลากับสังคมและเพื่อนมากกว่าลูก ..... ฟังดูเหมือนผมอกตัญญูอย่างแรงเลยนะ ใช่ครับ นั่นคือมุมมองของผม ในเมื่อผมไม่เข้าใจหรอกครับว่าเพื่อนๆของคุณแม่ที่แม่ไปใช้เวลาอยู่ด้วย ไม่เคยนำพาเรื่องดีๆมาให้ นอกจากแย่งเวลาของคุณแม่ไปจากครอบครัว กว่าแม่จะกลับมาใช้เวลากลับลูกๆ มันก็ต่อไม่ติดเสียแล้วล่ะ ยังดีที่พ่อกับแม่มีเวลาให้น้องของผม แต่สำหรับผม แล้ว ไม่...
ช่วงเวลาตอนแรกที่ผมจำความได้ พ่อกับแม่สอนผมหลายอย่าง และเมื่อผมขึ้นชั้นประถม รายจ่ายที่เพิ่มขึ้นทำให้พ่อกับแม่ห่างเหินจากผมไป ผมเจอหน้าท่านตอนเช้าเพราะพ่อต้องไปส่งผมกับแม่ ที่ทำงานแล้วย้อนกลับไปคลินิค
ตอนเย็นก็เช่นกัน พ่อจะไปรับแม่แล้วก็มารับผม กลับบ้าน จนกระทั่งที่บ้านมีรถสองคันในเวลาต่อมา คือตอนที่ผมมีน้องนั่นเองแต่ก่อนนั้นพ่อกับแม่แทบไม่มีเวลาให้ผมอีกเลยนอกจากเวลาที่ ดูผลสอบ ขอเงิน แล้วก็ เวลาที่ผมป่วยเท่านั้น ที่แม่จะมีเวลาเพิ่มให้ผมอีกนิดหน่อย และเมื่อผมมีน้องเวลาก็ตกไปอยู่กับน้องแทน ทุกวันนี้ ผมอาจจะเสียใจบ้าง แต่ถ้าไม่อย่างนั้นผมคงไม่มีความอิสระขนาดนี้ ทุกวันนี้ผมออกมาเผชิญโลกกว้าง ด้วยความต้องการของผมเอง
แล้วยังไงต่อล่ะ ??
ใช่ครับผมดีใจที่ผมมีชีวิตของตัวผมเอง ได้ตัดสินใจเอง ลำบากเอง ถึงจะเพราะความดื้อ อยากลอง ทะเลาะกับท่านทั้งสองมาก็มากมาย แต่ในเวลานี้ ผมก็ได้ยินอีกครั้ง
" ไม่ว่าลูกจะไปที่ไหน พ่อแม่ก็ยังอยู่ตรงนี้ จะยังอยู่เผื่อลูกอยากจะกลับมา พ่อกับแม่พร้อมที่จะเป็นผู้ให้ และไม่คิดที่จะเอาอะไรจากลูก "
ครับ ชีวิตที่ผ่านมาของผมน้อยครั้งที่ผมจะเจอผู้ให้ทุกอย่างเต็มไปด้วยผลประโยชน์ คาดหวังบุญคุณนานับประการ จะมีใครอีกที่พร้อมจะให้กับลูกถ้าไม่ใช่พ่อแม่ อย่าว่างั้นเลยทุกวันนี้ ครอบครัวเดียวกัน แย่งกันฆ่ากัน มีไม่เว้นแต่ละวัน ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่เคยมีมาตอนเด็กๆแม้จะไม่จางหาย ถึงแผลในใจที่ผิดหวังของผมในหลายเรื่องจะไม่มีวันปิดลง แต่ความรู้สึกที่มีให้กับพ่อกับแม่ก็ไม่แปรเปลี่ยนเช่นกัน ผมยังรักและเคารพท่านทั้งสองในแบบฉบับของผม
ผมอาจจะเป็นลูกที่แย่ในสายตาของหลายๆคน โดยไม่มีข้อโต้แย้ง มารยาทผมก็ห่วยแตก อยากทำอะไรก็ทำ อยากไปไหนก็ไป พูดอะไรก็ตามใจปากตัวเอง เมื่อครั้งแรกที่ผมหาเงินได้ ผมก็คิดว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่เสียเต็มประดา
" ในเมื่อเงินมี จะทำอะไรก็เรื่องของผม " ใช่สิ ผมพูดคำนี้ เพราะอะไร เพราะความขัดสนในวัยเด็ก เพราะความที่ไม่รู้เลยว่าคุณค่าของคนมันไม่ได้วัดกันที่ตรงนั้นแม้แต่น้อย ถึงกระนั้น พ่อกับแม่ก็ยังใจเย็น สอนผมกลับมาเป็นตัวอย่างให้ผม ช่วงเวลาสิบปีนิดๆที่ท่านไม่มีให้ผม เพราะ " คิดว่าผมจะรู้ได้เอง " ผมอาจจะโง่เกิน อาจจะไม่มีสมองพอจะคิด แต่ท่านก็ยังเข้าใจ และกลับมาให้เวลากับผมอีกครั้ง
แล้วลูกที่มันโตแล้ว มันจะยังเชื่อฟังพ่อแม่อีกเหรอ ?
พูดยากจริงๆนะ ผมไม่รู้หรอกว่าอะไรทำให้ผมกลับมาใช้เวลาตรงนี้อีกล่ะ อะไรทำให้ผมกลับมาเชื่อใจท่านทั้งสอง ไม่ใช่ว่าพวกท่านไม่เคยโกหกผม ไม่เคยที่จะไม่มีเหตุึผลกับผม ไม่เคยที่จะละเลยผม.....
สายใยครอบครัวเป็นสิ่งที่อธิบายไม่ได้หรือว่าเป็นเพราะผมเองที่โหยหามัน จนป่านนี้ผมก็ยังให้คำตอบไม่ได้....
ทุกวันนี้ สิ่งสำคัญอันดับแรกของผมคือครอบครัวครับ รองลงมาถึงจะเป็นเรื่องตัวของผมเอง ถึงกระนั้นไอ้นิสัยเอาแต่ใจตัวเอง เอาตัวเองเป็นที่ตั้งของผมก็ลดลงไปซะที่ไหนล่ะ ผมก็ยังมีกฏบ้าๆบอๆของผมอยู่ดีนั้นแหละ
แล้วตอนนี้ล่ะ ?
ผมก็กำลังเผชิญความลำบากของชีวิตด้วยตัวเองอยู่ไงครับ และอีกไม่นานลูกที่ไม่ค่อยรักดีคนนี้ก็จะกลับไปเยี่ยมพ่อกับแม่แล้วละ (ใช่กลับมันทุกปี คนอื่นด่าสารพัด แล้วทำไม ไม่ใช่เงินมันซะหน่อย เงินผม ชีวิตผม นี่คือสิ่งที่ผมเลือก)
ตอนนี้ผมอาจจะยังไม่กล้าพูดต่อหน้าท่านทั้งสอง แต่ผมก็ขอบอกไว้ตรงนี้แหละว่า
" ไม่ว่าลูกคนนี้จะรักอิสระแค่ไหน ก็ไม่มีวันที่จะบินหนีไปจากหัวใจของพ่อกับแม่หรอกครับ ไม่ว่าจะอีกกี่วัน กี่ปีก็ตาม ต่อให้ผมไม่อาจทำให้พ่อแม่ภูมิใจได้ว่าผมเป็นลูกที่ดีเหมือนลูกของคนอื่นๆ แต่ผมขอภูมิใจในตัวเองที่ได้เกิดมาเป็นลูกของพ่อกับแม่ ขอภูมิใจกับคำที่ว่า พ่อแม่ดีใจที่ได้มีลูกเป็นลูกของพ่อกับแม่ ได้ดีใจที่ลูกเป็นตัวของลูกเองเถอะครับ "