Life

 

ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนว่าเกิดอยากเขียนขึ้นมาซะงั้นละครับไม่ใช่เนื่องในวันแม่ ไม่ใช่เนื่องในวันพ่อ

 

นิสัยอย่างผมทำอะไรเมื่ออยากหรือไม่ก็มีเหตุผลที่ไม่ยอมบอกง่ายๆนั่นแล แต่ผมก็อยากจะกล่าวอะไรถึงพ่อกับแม่หน่อย

ถ้าถามเหตุผลคงนับเป็นข้อๆได้บ้างเช่น

1.ช่วงนี้มีแต่คนคุยเรื่องครอบครัวกับผมมั้ง แล้วปรกติผมไม่ชอบเล่าอะไรแบบนี้ให้คนอื่นฟังด้วย ไม่เข้าใจตัวเองซะงั้นแหละ

2.ทั้งๆที่กำลังจะกลับไทยแล้วแท้ๆ ไหงคิดถึงบ้านขนาดนี้ก็ไม่รู้สิ

3.ช่วงนี้ ทั้งงานทั้งเรียถึงพ่อกับแม่ ....นทำเอาไม่ได้เล่นเกม ไม่ได้เที่ยว ขนาดคอมตัวเองที่เริ่มรวนยังไม่ว่างลงใหม่เลย HDD ตัวใหญ่ที่ไว้ Backup ส่งมาร่วมสองอาทิตย์ยังไม่ได้แกะซองด้วยซ้ำ.....

ส่วน HDD อีกตัวที่ลง OS พร้อมใช้ก็ยังไม่มีอารมณ์ถอดเปลี่ยนเลยให้ตายสิ


ส่วนหัวข้อน่ะเหรอ ถึงพ่อกับแม่ ....


ขอเริ่มที่คำว่า " พ่อกับแม่ดีใจที่ลูกเป็นลูก " คำนี้คนอื่นอาจจะฟังดูแปลกๆนะครับ

คงต้องขอเกริ่นซะหน่อยว่าผมเป็นคนที่

 

อิสระทางความคิดของตัวเองแทบจะอยู่เหนือสิ่งอื่นใดเลยล่ะ

 

แล้วยังไงต่อล่ะ ?

 

ครับ...พ่อกับแม่เลี้ยงลูกคนนี้มาอยู่กับผมมา ถึงท่านทั้งสองจะไม่ใช่พ่อแม่ตัวอย่าง ผมไม่สามารถพูดได้ว่้าท่านวิเศษวิโสอะไรมากไปกว่าที่ว่า "ท่านทั้งสองเป็นพ่อแม่ของผม"

แน่นอนครับชีวิตที่ผ่านมาครอบครัวของผมอยู่ในฐานะที่ไม่ได้รวย ไม่มีเหลือใช้ แต่ไม่ได้เป็นหนี้ใคร ผมเองใช้ชีวิตในแบบที่ผมอยากรู้ อยากลอง อยากเห็นได้ โดยที่ไม่ได้โดนบังคับไปเสียทุกอย่าง

จริงที่ว่าไม่ว่าบ้านไหนก็มีข้อบังคับทั้งนั้นละครับมากน้อย จุกจิกไปตามสถานะของบ้านนั้นๆ สิ่งที่ผมได้จากพวกท่าน ก็มีทุนต่อชีวิต การเลี้ยงดู นิสัยดี แล้วก็นิสัยเสียของท่านทั้งสองผมก็ได้รับมาครับ

อ้าวแล้วทำไมผมถึงพูดถึงนิสัยเสียด้วยล่ะ ใช่แล้วล่ะเหมือนทั้งส่วนดีส่วนเสียนี่แหละคละๆมาจากทั้งคู่ยิ่งทำให้ผมมั่นใจว่าผมเป็นลูกของพวกท่านยังไงล่ะ

 

ตอนผมยังเด็กพ่อกับแม่เลี้ยงผมมาด้วยการที่ให้ผมตัดสินใจเอง คิดเองโดยที่ไม่ใช่แบบผู้ดีตอแหลที่บอกให้คิดเองแต่พอไมุ่ถูกใจก็กระแหนะกระแหน ด่าสีข้างกระทบแต่อย่างใด

 

ทุกอย่างที่ผมอยากรู้อยากลอง ผมได้เห็นผมได้คิด ผมไม่ได้เกิดมาสมบูรณ์พร้อม ความคิดอ่านก็ดีมั่งแย่มั่งไปตามประสบการณ์ขาดๆเกินๆนั่นแล

 

พ่อสอนผมในหลายๆเรื่อง ตอนสมัยเรียน ผมไม่เข้าใจอะไรผมก็มาถามพ่อ ที่ยังจำได้จนถึงบัดนี้คือ ตอนที่ท่านไปผ่าตัดหัวใจครับ ท่านฝากรหัสนิรภัย บัตรธนาคารและอื่นๆไว้ที่ผม สอนสั่งผมไว้ว่าถ้าเกิดอะไรขึ้น ผมจะต้องจัดการกับมันยังไง และแล้วก่อนกำหนดที่พ่อจะต้องออกจากโรงพยาบาลตามที่หมอแจ้งผมไว้ 1 วัน พ่อก็กลับมาที่บ้านและเปลี่ยนรหัสทั้งหมดก่อนที่ผมจะกลับจากโรงเรียนและกลับไปเยี่ยมท่านครับ.....

 

ผมเคยทะเลาะกับพ่อ เรื่องเงินสมัยเด็กๆหลายครั้ง ใช่ครับบ้านผมไม่รวย เงินก็ไม่มีเยอะพอที่จะสุรุยสุร่ายหรอก พ่อผมหาเงินมาด้วยความยากลำบากอันนี้ผมรู้ดี รู้มากตั้งแต่ก่อนทำงานหาเงินเองได้อีก

เพราะท่านออกจากบ้านไปแต่เช้ากลับมาก็เหนื่อยแสนเหนื่อย แน่ล่ะว่าต้องมีบ้างที่คุณพ่อ อารมณ์เสียสั่งสม ความลำบากที่ผมวัยเด็กไม่เข้าใจ เรื่องอื่นๆที่รุมเร้าท่าน จนท่านระเบิดมันออกมา

ใช่สิ ทำไมผมขอเงินไปเที่ยวเล่น หรือซื้อของเล่นเหมือนเด็กอื่นๆไม่ได้ ผมต้องทำเกรดก่อน ทำเกรดเสร็จ ได้รางวัลก็จริง แต่รางวัลนั้นก็เป็นกรรมสิทธิ์ของพ่อผม .....

แปลกไหมล่ะ เพราะนั่นซื้อมาด้วยเงินของพ่อผมไง ... หลังจากได้รางวัลได้ไม่เท่าไหร่ นับจากวันแรกที่เห็นสมุดเกรด แน่นอนผมไม่เก่งระดับ top ของชั้น ไม่เคยได้ด้วย วิชาไหนที่สัญญาว่าจะตั้งใจเรียน ก็ได้ 4 มา ผมก็ได้รางวัล แต่แล้ว .... เมื่อลูกเพื่อนพ่อคนอื่น มาด้วยเกรด 4.00 พ่อที่เคยใจดีเมื่อไม่กี่วันก่อนก็หายไป

 

" ทำไม สิบนิ้วเท่ากัน เรียนไม่ได้อย่างเขาล่ะ ...." 

 

ผมในตอนนั้นจะไปเข้าใจได้ไงว่าเป็นแค่ความอิจฉา ผิดหวัง หรือขายหน้าเพื่อนผมจะรู้ไหม การที่ผมจะซื้ออะไรซักอย่างผมต้องเก็บเงินเอง วางแผนเอง แล้วก็ต้องขออนุญาติพ่ออีก  ผิดกับเพื่อนอีกหลายๆคนที่อยากได้อะไรพ่อแม่เขาก็ให้ พ่อผมจะจ่ายในสิ่งที่ เป็น Social Paid (สังคมจ่ายได้พ่อผมจ่ายได้) ใช่ครับกิจกรรมโรงเรียน ทัศนศึกษาที่แสนจะน่าเบื่อเพราะมันคือการเดินแถวช่วงห่วยผิดกับการไปเองหรือไปกับครอบครัวเสียกะไร กิจกรรมเรี่ยไร พ่อผมจ่ายได้ แต่ถ้าอะไรที่เป็นสิ่งที่สนอง Need ของตัวผมเองพ่อผมจะไม่จ่ายให้แม้แต่แดงเดียว..... และอะไรก็ตามที่ผมออกไปก่อนเกี่ยวกับเรื่องเรียน หากผมไม่มีใบเสร็จ พ่อก็จะไม่คืนเงินให้เช่นกัน

 

ใช่ครับผมไม่มีทางเข้าใจหรอก จนป่านนี้ก็ยังไม่เข้าใจในหลายๆเหตุผล แต่ท่านก็เป็นพ่อของผมแหละ  กว่าผมจะเข้าใจ อาจจะเป็นตอนที่ผมเป็นพ่อคนก็ได้......

 

คุณแม่มีเวลาให้ผมเท่าๆกับที่พ่อมี เพราะบ้านผมในตอนนั้นต้องช่วยกันทำมาหาเงินครับ คุณแม่จะจู้จี้เรื่องมารยาทที่แสนน่าเบื่อ บ่นให้ฟังบ่อยๆว่าไม่อยากได้ลูกชาย ลูกสาวน่ารักกว่า ไม่ซน ช่วยดูแลบ้าน

ผมชอบเวลาที่แม่ทำอาหารให้ทาน ถึงตอนนี้ผมจะทำได้เยอะกว่าที่แม่เคยทำได้แล้วก็ตาม แต่ผมก็ยังอยากกินอาหารฝีมือแม่มากกว่าอยู่ดี ทั้งๆที่แม่ทำให้ผมท่านอยู่แค่สามอย่างตั้งแต่ผมจำความได้ ผัดสปาเกตตี้ ซุปไก่ แล้วก็ ไข่เจียว แม่เคยพยายามทำเค้กให้ผมทาน แต่มันก็แข็งไม่อร่อยเลย แต่ก็ทำให้ผมลงมือทำก่อนที่แม่จะทำให้ผมกินนั่นแหละ .... เพราะงั้นเมื่อแม่ซื้อแป้งมาผมก็จะลงมือทำก่อนที่แม่จะกลับบ้านมาทำให้กิน ผลดีมั้ง ....

 

ผมชอบฟังแม่เล่านิทานให้ฟัง สมัยเด็กแม่เล่าให้ฟังเยอะแยะ หนังสือนิทาน หนังสือภาพ แม้แต่การ์ตูนอย่าง อาราเล่ หรืออุลตร้าแมนสมัยเล่มใหญ่ๆแม่ผมก็เปิดเล่าให้ฟังได้ตอนที่ผมป่วยอยู่โรงบาล ถึงแม่ว่าพอขึ้นประถมแม่จะอ่านให้ฟังแต่หนังสือเรียนก็ตามทีเหอะ นิสัยชอบอ่านหนังสือก็มาจากคุณแม่ ท่านอ่านหนังสือหลายอย่าง

แม้หลังๆท่านจะติดละครมากกว่าเพราะต้องดูเรื่องเดียวกับเพื่อนๆเขาก็ตามที แถมยังเอาวีดีโอที่ผมอัดเก็บไว้ไปอัดรายการอะไรก็ตามที่ท่านอยากเก็บไว้ตอนนั้นแบบที่ไม่เคยถามซักคำ  ทุกวันนี้วีดีโอการ์ตูนเก่าๆของผม จะมีเหมือนโฆษณาแทรก ที่เป็นรายการอะไรก็ตามที่แม่ผมอยากอัดเก็บ แล้วท่านจะอัดทับไปโดยไม่สนเลยว่าผมอัดอะไรไว้ ขอให้ไม่ใช่ม้วนเดิมที่ท่านอัดละครของท่านไว้เองเป็นใช้ได้ก็ตามที

 

แต่ว่าคุณแม่ผม เป็นคนแรกที่มาถึงผมเมื่อผมป่วย ประสบอุบัติเหตุ หรือมีปัญหากับอาจารย์ ก็ตามแม่ไม่เคยปกป้องผมออกนอกหน้า ท่านรับฟังทุกฝ่ายก่อนจะตัดสินใจในความคิดของท่านเอง ตอนเด็กๆผมไม่เข้าใจหรอกว่าไอ้คำว่า ผิดทางสังคมเนี่ยมันคืออะไร ผมเติบโตมาโดยที่แม่ผมสอนไม่ให้ โกหก คดโกง ปลิ้นปล้อน กล้าที่จะรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองคิด พูดไม่ว่าต่อหน้าหรือลับหลัง ถึงผมจะยังเสียใจทุกวันกับคำที่ว่า " ถ้าแม่สอนให้ลูกเป็นคนที่อยู่ในระเบียบ หัวอ่อน และมั่นใจในตัวเองน้อยกว่านี้ คงจะดีไม่น้อย " ก็ตาม

แม่ใช้เวลากับสังคมและเพื่อนมากกว่าลูก ..... ฟังดูเหมือนผมอกตัญญูอย่างแรงเลยนะ ใช่ครับ นั่นคือมุมมองของผม ในเมื่อผมไม่เข้าใจหรอกครับว่าเพื่อนๆของคุณแม่ที่แม่ไปใช้เวลาอยู่ด้วย ไม่เคยนำพาเรื่องดีๆมาให้ นอกจากแย่งเวลาของคุณแม่ไปจากครอบครัว กว่าแม่จะกลับมาใช้เวลากลับลูกๆ มันก็ต่อไม่ติดเสียแล้วล่ะ ยังดีที่พ่อกับแม่มีเวลาให้น้องของผม แต่สำหรับผม แล้ว ไม่...


ช่วงเวลาตอนแรกที่ผมจำความได้ พ่อกับแม่สอนผมหลายอย่าง และเมื่อผมขึ้นชั้นประถม รายจ่ายที่เพิ่มขึ้นทำให้พ่อกับแม่ห่างเหินจากผมไป ผมเจอหน้าท่านตอนเช้าเพราะพ่อต้องไปส่งผมกับแม่ ที่ทำงานแล้วย้อนกลับไปคลินิค

 

ตอนเย็นก็เช่นกัน พ่อจะไปรับแม่แล้วก็มารับผม กลับบ้าน จนกระทั่งที่บ้านมีรถสองคันในเวลาต่อมา คือตอนที่ผมมีน้องนั่นเองแต่ก่อนนั้นพ่อกับแม่แทบไม่มีเวลาให้ผมอีกเลยนอกจากเวลาที่ ดูผลสอบ ขอเงิน แล้วก็ เวลาที่ผมป่วยเท่านั้น ที่แม่จะมีเวลาเพิ่มให้ผมอีกนิดหน่อย และเมื่อผมมีน้องเวลาก็ตกไปอยู่กับน้องแทน ทุกวันนี้ ผมอาจจะเสียใจบ้าง แต่ถ้าไม่อย่างนั้นผมคงไม่มีความอิสระขนาดนี้ ทุกวันนี้ผมออกมาเผชิญโลกกว้าง ด้วยความต้องการของผมเอง

 

 

แล้วยังไงต่อล่ะ ??


ใช่ครับผมดีใจที่ผมมีชีวิตของตัวผมเอง ได้ตัดสินใจเอง ลำบากเอง ถึงจะเพราะความดื้อ อยากลอง ทะเลาะกับท่านทั้งสองมาก็มากมาย แต่ในเวลานี้ ผมก็ได้ยินอีกครั้ง

 

 

" ไม่ว่าลูกจะไปที่ไหน พ่อแม่ก็ยังอยู่ตรงนี้ จะยังอยู่เผื่อลูกอยากจะกลับมา พ่อกับแม่พร้อมที่จะเป็นผู้ให้ และไม่คิดที่จะเอาอะไรจากลูก  "

 

 

ครับ ชีวิตที่ผ่านมาของผมน้อยครั้งที่ผมจะเจอผู้ให้ทุกอย่างเต็มไปด้วยผลประโยชน์ คาดหวังบุญคุณนานับประการ จะมีใครอีกที่พร้อมจะให้กับลูกถ้าไม่ใช่พ่อแม่ อย่าว่างั้นเลยทุกวันนี้ ครอบครัวเดียวกัน แย่งกันฆ่ากัน มีไม่เว้นแต่ละวัน ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่เคยมีมาตอนเด็กๆแม้จะไม่จางหาย ถึงแผลในใจที่ผิดหวังของผมในหลายเรื่องจะไม่มีวันปิดลง แต่ความรู้สึกที่มีให้กับพ่อกับแม่ก็ไม่แปรเปลี่ยนเช่นกัน ผมยังรักและเคารพท่านทั้งสองในแบบฉบับของผม

 

ผมอาจจะเป็นลูกที่แย่ในสายตาของหลายๆคน โดยไม่มีข้อโต้แย้ง มารยาทผมก็ห่วยแตก อยากทำอะไรก็ทำ อยากไปไหนก็ไป พูดอะไรก็ตามใจปากตัวเอง เมื่อครั้งแรกที่ผมหาเงินได้ ผมก็คิดว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่เสียเต็มประดา

 

" ในเมื่อเงินมี จะทำอะไรก็เรื่องของผม " ใช่สิ ผมพูดคำนี้ เพราะอะไร เพราะความขัดสนในวัยเด็ก เพราะความที่ไม่รู้เลยว่าคุณค่าของคนมันไม่ได้วัดกันที่ตรงนั้นแม้แต่น้อย ถึงกระนั้น พ่อกับแม่ก็ยังใจเย็น สอนผมกลับมาเป็นตัวอย่างให้ผม ช่วงเวลาสิบปีนิดๆที่ท่านไม่มีให้ผม เพราะ " คิดว่าผมจะรู้ได้เอง " ผมอาจจะโง่เกิน อาจจะไม่มีสมองพอจะคิด แต่ท่านก็ยังเข้าใจ และกลับมาให้เวลากับผมอีกครั้ง

แล้วลูกที่มันโตแล้ว มันจะยังเชื่อฟังพ่อแม่อีกเหรอ ?


พูดยากจริงๆนะ ผมไม่รู้หรอกว่าอะไรทำให้ผมกลับมาใช้เวลาตรงนี้อีกล่ะ อะไรทำให้ผมกลับมาเชื่อใจท่านทั้งสอง ไม่ใช่ว่าพวกท่านไม่เคยโกหกผม ไม่เคยที่จะไม่มีเหตุึผลกับผม ไม่เคยที่จะละเลยผม.....

สายใยครอบครัวเป็นสิ่งที่อธิบายไม่ได้หรือว่าเป็นเพราะผมเองที่โหยหามัน จนป่านนี้ผมก็ยังให้คำตอบไม่ได้....

ทุกวันนี้ สิ่งสำคัญอันดับแรกของผมคือครอบครัวครับ รองลงมาถึงจะเป็นเรื่องตัวของผมเอง ถึงกระนั้นไอ้นิสัยเอาแต่ใจตัวเอง เอาตัวเองเป็นที่ตั้งของผมก็ลดลงไปซะที่ไหนล่ะ ผมก็ยังมีกฏบ้าๆบอๆของผมอยู่ดีนั้นแหละ

แล้วตอนนี้ล่ะ ?

 

 

ผมก็กำลังเผชิญความลำบากของชีวิตด้วยตัวเองอยู่ไงครับ และอีกไม่นานลูกที่ไม่ค่อยรักดีคนนี้ก็จะกลับไปเยี่ยมพ่อกับแม่แล้วละ (ใช่กลับมันทุกปี คนอื่นด่าสารพัด แล้วทำไม ไม่ใช่เงินมันซะหน่อย เงินผม ชีวิตผม นี่คือสิ่งที่ผมเลือก)


ตอนนี้ผมอาจจะยังไม่กล้าพูดต่อหน้าท่านทั้งสอง แต่ผมก็ขอบอกไว้ตรงนี้แหละว่า

 

 

 

" ไม่ว่าลูกคนนี้จะรักอิสระแค่ไหน ก็ไม่มีวันที่จะบินหนีไปจากหัวใจของพ่อกับแม่หรอกครับ  ไม่ว่าจะอีกกี่วัน กี่ปีก็ตาม ต่อให้ผมไม่อาจทำให้พ่อแม่ภูมิใจได้ว่าผมเป็นลูกที่ดีเหมือนลูกของคนอื่นๆ แต่ผมขอภูมิใจในตัวเองที่ได้เกิดมาเป็นลูกของพ่อกับแม่ ขอภูมิใจกับคำที่ว่า พ่อแม่ดีใจที่ได้มีลูกเป็นลูกของพ่อกับแม่ ได้ดีใจที่ลูกเป็นตัวของลูกเองเถอะครับ  "

 

อัพช้าไปร่วมชาติทั้งๆที่มีของใหม่ไปร่วมเดือน แต่เพิ่งได้เสียเงินล่าสุดไปกับกล้องตัวใหม่เลยมีโอกาสถ่ายรวมมิตรซะที

แน่นอนว่าขอประเดิมด้วยของชิ้นแรกก่อนละกัน


Toshiba Satellite L30 Laptop รุ่นเมื่อหลายปีที่แล้ว ที่ น้องสุดประเสริฐไถตังผมไปซื้อ
และจากวันก่อนกลับไทยได้สามวัน มันก็บังเอิญตกพื้นจอเบี้ยวแล้วด้านข้างแตก
ก็เลยได้ฤกษ์ถอยตัวใหม่เป็น Asus ไปซะ แต่ด้วยว่าผมเองไม่มีอะไรใช้มาก เลยเอาตัวเก่ามาพกพาละกัน
ส่วนน้องก็ได้ตัวใหม่ไป (หลังจากให้จตุคอแรมเทพวางไว้ที่บ้านแล้ว สรุปของดีๆน้องยึดหมด)

Spec ก็ Celeron M 1.8 ธรรมดา กับแรม 1.5 gb พร้อม Ati Vga buildin ที่ ทำให้พอดูอนิเมได้ เล่น DotA ได้
เมื่อมีสองอย่างนี่แล้ว เลยตัดสินใจว่าช่างมันเถิดแค่นี้ก็เกินพอแล้วล่ะ (HD 40 gb โหลดไรไม่ได้เลย ...)

รูปของ Laptop และซากโต๊ะทำงานผมขอเป็น URL ละกันเวปอนาถมากขนาดใช้ function แล้วค้างตลอด

อุปกรณ์ชิ้นต่อไปคือ Western Passport 250GB รุ่นสีแดงแรงเท่าเดียวเพราะไม่มีเขา
อุปกรณ์พกพากันตายเช่นกันเวลาไปโหลดของที่มหาลัยเนื่องจากเหตุผลข้างบนทำให้ต้องซื้อตัวนี้มาจนได้
ค่าเสียหาย 6,XXX บาทไทย

ที่นี้เมื่อมาถึงเมกา ด้วยความที่ หูฟัง BlueTooth อันเก่ายี่ห้อ Motorla ได้จากไปด้วยสาเหตุที่สรุปไม่ได้
และด้วยการเฉียดตายเพราะใช้มือถือตอนข้ามถนน แถมได้ยินเสียงสรรเสริญบรรพบุรุษเป็นภาษาที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ
แม้ว่าผมจะแปลไม่ออกแต่ฟังจากน้ำเสียงมันไม่ได้ชมผมแน่ๆ เลย เอาฟระ ....เสียเงินอีกแล้ว

สิ่งที่ได้มาคือ หูฟัง Plantronics Voyager 855 Bluetooth Headset
ต้องยอมรับว่า ระบบสายต่อเข้าหูอีกข้างพร้อมไมค์ที่ยื่นได้ทำให้ทำอะไรสะดวกขึ้นเยอะเลย
คราวนี้ โทรศัพท์รึฟังเพลงจากมือถือก็สบายเสียอย่างคือ มือถือรุ่นเก่าของผม มันไม่มีสัญญาณแรงพอ
เวลาผ่านเสาไฟฟ้า รึ เปิดไมโครเวฟอุ่นอาหารสัญญาณเสียงเพลงก็จะโดนรบกวนอย่างช่วยไม่ได้
ยังดีที่สัญญาณโทรศัพท์ปรกติไม่โดนไปด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติมหาได้ที่
http://www.plantronics.com/north_america/en_US/products/cat1150057/cat5420035/prod5880001

ค่าเสียหาย 129$ (ดอลล่าห์ สหรัฐ ที่ตอนนี้อ่อนตัวยวบ)

ชิ้นต่อไป OLYMPUS WS-331M Digital Recorders with Music Player
(เครื่องอัดเสียงที่เล่นเพลงได้นั่นแหละ แต่เอามาอัดเสียงอย่างเดียว)
เนื่องด้วยมีคนติงมาว่าผมพูดเร็วเกินไปและน้ำเสียงไม่ค่อยน่าฟังนัก
จึงได้บังเกิดไอเดียว่า ไหนๆแล้วลองซะหน่อยละกันก่อนหน้านี้ซื้อหนังสือปรับปรุงบุคลิกภาพมาด้วย
ก็เลย ได้โอกาสเสียตังอีกแล้ว .......

แถมยังเป็นการฝึกอย่างทรมาณที่จะต้องฝึกพูดบ่อยๆและมานั่งฟังน้ำเสียงของตัวเองต่างหาก
ว่างๆจะอัพให้ฟังว่าเป็นไง ตอนนี้มีเพลงอยากเกะสองสามเพลง (กรุณาทำใจหลายๆรอบก่อนฟัง)
จุดประสงค์ที่เหลือคือไว้ไปอัดเสียงพวกคนนำเที่ยวรึพิธีกรแล้วมาฝึกพูดสำเนียงตามนั่นแหละ
ถือว่าเป็นการลงทุนอีกอย่าง

ข้อมูลเพิ่มเติมหาได้ที่
http://www.olympusamerica.com/cpg_section/product.asp?product=1292

ค่าเสียหาย 140$

รูปของ BT headset และ Voice Recorder ครับ

และสุดท้ายกับกล้องที่เอามาไล่ถ่ายภาพทั้งหลายแน่นอนว่า เงินเก็บร่อยหลอไปหลายเลยทีเดียว
เพราะมาเมการอบนี้ งานก็ยังไม่เริ่มทำ ใช้ตังไปแล้วอีก ชีวิตลำบากบรรลัย
แต่เพื่อการพัฒนาตัวเองและเพื่อเป้าหมายในอนาคตเลยยอมลงทุน
กล้องที่ตกลงใจเลือกมาคือ Canon PowerShot SD870 ที่เป็นแค่ระดับ Ultra Compact เพราะไม่มีแรงห้อย SLR
จริงๆคือขี้เกียจนั่นแหละแค่นี้ก็เหลือเฟือแล้วสำหรับผม


ข้อมูลเพิ่มเติมหาได้ที่
http://www.usa.canon.com/consumer/controller?act=ModelInfoAct&fcategoryid=145&modelid=15655

จะบอกว่าเวปยุ่นทำหน้าเวปได้สวยกว่าเยอะเลย ....

http://cweb.canon.jp/camera/ixyd/910is/index.html

ทั้งๆที่โมเดลเดียวกันนะนี่

อ่า ถ่ายแต่กล่อง เพราะกล้องอยู่ในมือ จะส่องกระจกแล้วถ่ายก็กระไรอยู่

ค่าเสียหาย 305$

สรุปนี่เป็นการจับจ่ายแบบกึ่งตั้งใจที่สร้างความเสียหายทางการเงินได้ที่เลย
คงต้องกินอาหารแบบซื้อ 1 แถม 1 ไปอีกนาน ....

 

edit @ 5 Dec 2007 21:25:19 by Jammaster X

 

เริ่มจากเมื่อวานคือวันก่อนสอบ 20 July 2006

เช้ามาเริ่มด้วยการฝันแปลกๆที่จำไม่ได้และหงุดหงิดโดยไม่ทราบสาเหตุ

จากการที่อยากเป็นอารมณ์ให้อยากอ่านหนังสือเพิ่ม โดยการออกไปหาไรกิน

แต่ของที่อยากกินก็ดันไม่มีซะงั้นแถมร้อนบรรลัยอีกต่างหาก

จึงกลับมาเล่นดอทเอสองสามเกม แล้วอ่านหนังสือต่อ

ณ เวลาสองทุ่มก่อนเข้านอนก็ได้เห้องน้ำเพื่อถ่ายหนัก หลังจากถ่ายเสร็จ

ส้วมดันตันซะนี่ เวรเอ้ย แทนที่จะได้นอน

ต้องไปซื้อยาทะลวง สิ่งอุดตันในส้วมไว้ว่างๆจะอัพรูปให้

(ยี่ห้อ RID-X ชื่อมัน ... จริงๆ ทำไงได้ยี่ห้อนี่ร้านมันบอกว่าทะลวงได้ดีสุด)

เสียเวลาอีกร่วมสองชั่วโมงในการจัดการกับส้วม ถ่ายหนักอีกครั้ง

จึงได้ตกลงใจดอทเอต่ออีกซักเกม แต่ดันโดน เกรียน Inwฆ่าเอา

จึงทำให้ยืดเยื้อเป็นสองเกม กว่าจะนะสรุปได้นอนตอนเที่ยงคืน

เช้าวันที่ 21 July 2006 ตื่นมาด้วยอาการหงุดหงิดจากฝันที่นึกไม่ออก

รู้แค่ฝันไม่ดีแหงๆ และแล้วก็จะอาบน้ำเพื่อความสดชื่น ก๊าก น้ำร้อนไม่ไหล

จากการที่อากาศร้อนแต่น้ำกลับเย็นได้ ถึงจะไม่ร้ายแรงนักแต่ ....

อยากจะแช่น้ำร้อนให้สบายตัวก็ทำไม่ได้ เอาวะ น้ำเย็นก็อาบ

และแล้วการอ่านหนังสือสอบก็เริ่มต่อไป พอถึงเวลาก่อนสอบ 2ชม

ว่าจะสงบใจซักหน่อย สายการบินโทรมา "คุณมีปัญหาเรื่องการจอง

เราขอเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ช่วยโทรกลับ 1800 XXX XXXX "

เอาวะอะไรหนักหนา โทรไป " This line are not avalible right now "

เอาวะ Check ในเวปเอาก็ได้ แต่เจ้ากรรม บัตรสมาชิกไปไหนวะนี่

ปรกติวางไว้หน้าคอมเลยเพราะกำลังเตรียมตัวกลับสรุป login เวปมันไม่ได้

เลยต้องโทรไปที่ customer service โยกอีกหลายสายกว่าจะได้

confirm ticket / member number เอาล่ะหมดไปอีกเรื่อง

และแล้วก็ต้องฝ่าแดดรีบไปที่สอบ ปรากฏ Office มันปิด .....

" อะไรวะนี่ " ผมบ่นเป็นภาษาอะไรซักอย่างจำไม่ได้ว่า ไทย รึ Eng

ยังดีที่ print ใบรายละเอียดเอาไว้ โอเคโทรไป บลาๆๆ ได้คำตอบว่า

" เราจะส่งคนไปตอน 5 โมงเย็น " ขณะนั้นบ่าย 2 แกร่วอีกแล้วว้อย

หลังจากผ่านช่วงเวลาปวดกบาลก็ได้เริ่มสอบ

โอววว Testing program Error เอาเข้าไป

ไปเรียกคนคุมมาจัดการกด yesๆ Nextๆ สี่ห้าทีจนเริ่มสอบได้

สอบเสร็จ เวรเอ้ย ไม่ผ่านอีก ได้ เกินครึ่งมาหน่อยเดียว เอาวะอย่างน้อย

ก็เอาไป Deal กะ Adviser ได้ พอจะ Print ผลสอบ

มันบอก Printting Error 2 คนคุมหันมาถามผม รู้มั๊ยนี่มันอาการอะไร

คิดในใจ อะไรวะ แกเป็นคนคุมกะดูแลนะเว้ย สุดท้ายผมต้องไล่สายดู

ว่ามันอะไร สรุป PC ที่เป็น Printer Server ไม่ได้เปิด

เพราะตอนแรกคนคุมมันยืนยันว่ามันเปิด Printer แล้ว เออใช่แต่เอ็งไม่ได้

เปิด PC ที่เป็น ตัวต่อกะ Printer ว้อย.....

สรุปซวยสองวันซ้อนก่อนกลับแวะไปเอา Paycheck ใบสุดท้ายที่ Owner

อุตสาห์หลบหน้าไม่ยอมส่งให้ผม หมดไปอีก1 เรื่อง

สรุปเรื่องดีๆ

- คอมมิค Angelic Pendulum ที่สั่งมาเร็วโคตร มาเอาตอนอ่านหนังสือสอบ

จะได้อ่านไหมนี่

- ช้อนกินขนมตราม้าลายที่น้องเวรส่งมาให้ถึงแล้วอย่างน้อยก็กินข้าวอร่อย

- กล้องที่จะซื้อฝากบิดามีใน stock แถมได้ mem card ฟรีด้วย

สรุปเรื่องซวย

- กลับไปอ่านข้างบน

 

 

 


edit @ 2006/07/22 06:21:54

edit @ 18 Oct 2007 09:30:54 by Jammaster X