2007/Sep/03


เอาละครับหายไปซะนานกับแยมมาสตี้
วันนี้ผมจะนำการทำอาหารเองง่ายๆที่บ้านโดยพึ่งแมคโคร (วัตถุดิบ)

โดย รายการอาหารคือ เทปังยากิเนื้อสันใน กับ ซาเซมิทูน่าครับ
PS. นี่อาหารเช้านะครับตื่นมาแล้วเสี้ยนอยากทำก่อนไปแตะบอล (ไม่ได้เขียนผิดนะ ไปแตะบอลจริงๆ)

แน่นอนว่า ผมคงแนะนำจากวัตถุดิบก่อน

1. เนื้อสันในโคขุน (มาในแพคสูญญากาศแช่แข็งมา เวลาซื้อกรุณาดูด้วยว่าแพคมันยังเป็นสูญญากาศอยู่ไหม)
2. เนื้อปลาทูน่า เกรด AA (Vacuam Seal เช่นกัน แต่สงสัยจริงๆว่าทำไม AA จะมี SS ไหมนี่)
3. เบคอน (เลือกเอามันน้อยๆก็ดีนะจะได้ลดไขมันหน่อย)

ต่อมาก็เครื่องปรุง ส่วนเกรวี่

1. น้ำมัน (ทานตะวันละกันรึถั่วเหลืองก็ได้ใช้นิดเดียวไม่ต้องคิดมาก)
2. โชยุญี่ปุ่น (ในรูป )
3. เทอริยากิซอส (ใส่ก็ได้ถ้าคนชอบกลิ่นมัน )
4. ซีอิ้ว ถั่วเหลือง ใช้ปรุงแต่งกลิ่น
5. Steak Sauce (ถ้ามีตังก็ใช้ของ A1 / HP ถ้าประหยัดใช้ของ 13 เหรียญก็ได้รสไม่ต่างมาก)
6. ซอสเปรี้ยว (แน่นอนถ้ามีตังใช้ของฝรั่ง กลิ่นหอมกว่าถ้าประหยัดก็ตราไก่ )
7. ซอสพริกไทย (ในรูปคือซอสมันอยู่ในตู้เย็นอยู่แล้ว ยี่ห้อไหนก็ครือๆกัน แต่ถ้าซื้อสดมาบดรสชาติจะดีกว่าเยอะ)
8. ผงทำเกรวี่บราวซอส เพื่อให้รสกลมกล่อม
9. นมเปรี้ยว รึ โยเกิรต์ ใช้นิดเดียว แค่เหยาะใส่ให้สีมันจางลง (ในรูปไม่ได้เอามาตั้งเพราะกลัวมันเสีย)
10. ซอสมะเขือเทศในรูปไม่ได้ใส่นะ แต่วางไว้เผื่อใครอยากใส่ทีหลังน่ะ

เครื่องปรุงส่วนหมักเนื้อสันใน

1. เกลือ (ใครจะใส่โชยุแทนก็ได้นะ สีดูดีกว่าด้วยเวลาทำเทปัง ในรูปนี่ใช้โชยุ แต่โซเดียมมันเยอะนา)
2. พริกไทย (ถ้าหมักหมดแพคก็ราวๆ 1-2 ช้อนโตะ)
3. ผงซุปไก่ /เนื้อ (ส่วนตัวผมชอบไก่มากกว่าเนื้อ ใช้นิดเดียวหมักให้นุ่มน่ะ)
4. เบียร์กระป๋อง (ใช้นิดเดียวเช่นกัน ที่เหลือซดไปก่อนเลยเพราะใช้หมักเนื้อ)

เครื่องปรุงสำหรับ ปลาดิบ

1. โชยุ (อีกแล้ว)
2. วาซาบิ (แบบแบบสดเถอะครับ แบบผสมจากผง รสชาติไม่ได้เรื่องเลยสำหรับผมนะ)
ถ้าท่านจะลงทุนซื้อแบบหัวมาขูดผมไม่ห้ามนะแต่เดี๋ยวนี้วาซาบิสดแช่แข็งมีขายเยอะแยะ แช่เย็นไม่แข็งก็มี

แน่นอนว่า การลงมือเตรียมตัวนั้นจะเริ่มจาก

1. แมคโคร ครับ ใครที่รู้จักผมพอสมควรจะรู้ว่าผมผูกพันกับแมคโครจนมีมุขแมคโครเกท มาล้อกันเนืองๆ
เป็นสถานที่ๆผมใช้ในการไปซื้อของสด เพราะอยู่หน้าซอยบ้าน + ราคากับคุณภาพยอมรับได้ ไปทางดีมากเลยล่ะ

2.หลังจากนั้น ทั้งเนื้อและปลา ที่แพคมานั้นเราจะเอามา Defrost (หรือละลายอย่างช้า)ก่อนในตู้เย็นซักคืนนึง
ถ้าท่านที่ทนไม่ไหว แล้วมี ไมโครเวฟที่ทำการ Defrost ได้แล้วก็เชิญครับ ท่านก็จะเข้าขั้นตอนที่ 3 ได้โดยไม่ต้องรอนาน
แต่กรุณาอย่างยิ่งอย่าเอาไปอบในไมโครเวฟเฉยๆนะครับ มันจะสุกแทน .... อันนี้ว่าผมไม่ได้นะ

3. แน่นอนครับเราจะเริ่มจากเนื้อก่อนเลย แนะนำให้หมักทีเดียวทั้งแพคแล้วแยกเก็บนะครับในกรณีกินไม่หมด
เพราะรสชาติจะซึมซาบและเข้มข้นขึ้นแต่อย่าเก็บไว้นานไม่งั้น อาจจะอดกิน

3.1 เริ่มการหมักเลยครับ ไม่ต้องคิดมาก เนื้อละลายแล้ว ถ้าท่านชอบเลือด ที่ไหลออกมานิดๆจากเนื้อ ก็ลงในจานไปเลย
ไม่ต้องคิดมาก ถ้าท่านไม่ชอบ จะหยิบเนื้อออกแล้วสะบัดเลือดออกก็ได้แต่ไม่แนะนำให้ล้างน้ำเพราะเนื้อจะจืดไปเลย

3.2 เริ่มใส่เครื่องปรุงได้เลย เริ่มจาก พริกไทย ผงซุปไก่ คลุกเคล้ากับเนื้อ แล้วใช้ส้อมจิ้มซักหน่อยให้ผงมันเข้าเนื้อ
รอซัก 2 นาทีท่านจะพบเหมือนกับว่าเนื้อแห้งลงไม่ต้องตกใจครับ แต่ถ้าท่านเททั้งเลือดกับเนื้อลงในจานเลย
คงจะไม่เห็นมันแห้งขึ้นแน่ๆครับ

3.3 เอาละทีนี้ ก็เทเบียร์ลงไปนิดหน่อย หากท่านใดแอลกอฮอล์เป็นพิษ ก็ ข้ามไปได้เช่นกัน แต่ถ้าพิษสุราเรื้อรัง
แล้วผมคงไม่ช่วยอะไรละนะ

3.4 ต่อจากนั้น ก็ เอา Wrap ปิดเอาไว้ไม่ให้แมลงรึฝุ่นตกลงไป และอัญเชิญเนื้อเข้าไปรอในตู้เย็นได้เลย

ภาพเนื้อที่หมักเรียบร้อย

4. คราวนี้มาที่ปลาแล้วครับ วิธีทำปลานั้นน้อยมากเลย ขอสามอย่าง เขียงสะอาด มีดต้องคม กับ อย่าใช้เวลานาน

4.1 แกะปลาเสร็จ แน่นอนครับ มันจะมีน้ำจากเนื้อปลานิดหน่อยไม่ต้องเสียดายครับ ปาดทิ้งได้เลย
แต่ถ้าเลือกมาดีๆซองยังซีลดีอยู่ ถ้า Defrost ที่ อุณหภูมิถูกต้อง เนื้อจะฉ่ำกำลังดีน้ำไม่ไหลออกมาครับ

4.2 ไม่มีไรมาก ฝานชิ้นบางๆ ราวๆ 1/3 cm รึจะหั่นชิ้นหนาขนาด 1 cm แบบร้านหรูๆก็ตามใจ
ส่วนตัวไม่ได้หั่น 1/3 เพราะงก (ซื้อมาเป็นก้อนขนาดใหญ่อยู่แล้ว) แต่เพราะมันจิ้มซอสแล้วอร่อยกว่าสำหรับผม

4.3 แน่นอน Wrap เข้าตู้เย็นไปเลย ผมแนะนำช่อง Freeze ถ้าท่านคิดว่าท่านทำเนื้อเร็วพอ
ถ้าไม่ ช่องปรกติก็ได้ครับ

ภาพปลาทูน่าที่หั่นเสร็จแล้ว

5.เราจะเริ่มทำเกรวี่กันแล้วครับ โดยเริ่มจากการนำผงบราวซอส สองช้อนตวงที่มีมาในกล่อง
แล้วเติมน้ำร้อนถ้วยนึงลงไป (ราวๆ 250-300 ml) คนให้เข้ากัน

5.1 ได้เวลาละเลงแล้ว โชยุ สามสี่เหยาะ Steak Sauce 4 ช้อนโต๊ะ ซอสพริกไทยดำ 4
เชิงโชวหวัง (ทำไมผมเรียกชมเชยหวังทุกทีไม่รู้สิ) นิดหน่อย แล้วก็ซอสเปรี้ยวสองเหยาะ
คนให้เข้ากันก่อนเข้าไปในไมโครเวฟ 30 วินาที

5.2 เมื่อออกมาเสร็จให้คนให้เข้ากันอีกครั้ง ถ้าเห็นซอสเดือดไม่ต้องตกใจครับ

ภาพหลังทำเกรวี่เสร็จแล้วพร้อมโชว์ว่าใช้อะไรมั่ง

6. มาแล้วขั้นตอนของเนื้อ !!!

6.0 หั่นเนื้อ ขนาดราวๆ 2 x 2 x 2 cm รึหั่นให้เป็นสี่เหลี่ยมขนาดเข้าปากได้พอดี
(ถ้าปากกว้างอยากหั่น ด้านละ 4 cm รึมากกว่านั่นขึ้นกับท่านนะครับผมไม่ห้าม )

6.1 กระทะ Teflon ละกัน หรือที่เรียกว่ากระทะเคลือบ รึถ้าบ้านใครมีเตากริลที่ไว้ทำเทปันเลยจะยอดมาก
ถ้าไม่มีกะทะก็ได้ครับ ที่นี้ผมก็ใช้กระทะเอา

6.2 เหยาะน้ำมันลงไปนิดหน่อยรอให้ร้อน แล้วลงมือทอดเบคอนได้เลยครับ แต่ถ้าขี้เกียจมากๆ
ใช้กระดาษแบบที่ไว้ห่ออาหาร (Paper Towel) ห่อเบคอนแล้วโยนเข้าไมโครเวฟไปเลย
กรอบ ง่าย เร็วด้วย 2-3 นาทีเอง แต่วิธีนี้เกรวี่จะขาดส่วนที่ทำให้หอมเบคอนไปนะครับ
เพราะงั้นถ้าไม่คิดมากว่ามันคือ มันหมู ย้ำ มันหมู ทอดเลยครับเบคอนจะกรอบ และหอมกว่าเยอะ
6.3 หลังจากเบคอนขึ้นไปแล้ว รอซักพักให้น้ำมันเดือดนิดนึง และแล้ว ไป 6.4 กันเลย

6.4 หยิบเนื้อมาทอดครับรึจะเรียกกว่า เกือบๆผัดมากกว่า เพราะเราใช้เวลาตรงนี้ไม่เกิน 60 วินาที (ด้านละ 10)
ถ้าเอาสุกหน่อยก็ด้านแรก 10 วิเพราะกระทะมันร้อนที่เหลือก็ 15-20 วิก็ได้ครับ เอาให้เนื้อไม่มีเลือดซึมออกมามากพอ
น้ำมันที่ร้อนมากๆ นี่แลหยิบเนื้อวางลงทีละชิ้นเลย หลายก็ได้ถ้าทัน ระวังนิดนะครับถ้า น้ำหยดแล้วน้ำมันจะกระเด็น เจ็บหลาย
ถ้าฝีมือยังไม่มาก แนะนำให้เทน้ำมันออกเหลือแค่ เหมือนกับทาทั่วกระทะพอ แต่ถ้าฝีมือ แล้วน้ำมันเบค่อนนี่หอมมากครับ
แล้วยกขึ้นจานเลยครับ ใช้ที่คีบหยิบเอาสะดวกดี

พยายามถ่ายใกล้ๆเนื้อเพื่อให้เห็นว่า ทอดมาเป็นยังไง

จัดวางได้ไม่เก่งเท่าไหร่ มีเบคอนเคียงพร้อมขนมปัง

อีกรูปเพิ่มความอยากกิน

6.5 สำหรับท่านที่ชอบของเคียงอื่นๆเช่นผัดผัก ก็ตามใจครับแต่สำหรับผม เนื้อ และ เนื้อครับ

6.6 บางท่านอาจจะชอบ กระเทียมสับกับต้นหอมเจียว สามารถทำไว้ได้ทั้งก่อนและหลังเนื้อทำเสร็จ
ถ้าผู้ร่วมโต๊ะไม่ชอบก็แยกกระทะรึน้ำมันออกซะ ถ้าไม่คิดมากก็ทำได้ครับทั้งก่อนและหลังทำเนื้อเสร็จ
ส่วนตัวแนะนำให้ทำก่อนเพราะเนื้อไม่ร้อนแล้วไม่อร่อย

6.7 เทคนิคเพิ่มเติมครับสำหรับเกรวี่หอมๆ ทำเนื้อเสร็จแล้ว ถ้าท่านอยากให้เกรวี่หอมเบคอน
วิธีนี้ช่วยท่านได้ เทน้ำมันส่วนมากที่เหลือออกไปแล้ว ปิดไฟ กระทะที่กำลังร้อนๆเนี่ย เอาเกรวี่ที่เสร็จแล้ว
เทลงไปในกระทะเลยครับ ใช้ช้อนพลาสติก(หรือของที่ไม่ขูด Teflon ออก) กวนกระทะซัก 10 วินาที
แล้วเทลงถ้วยเกรวี่ครับ เราจะได้เกรวี่ร้อนๆหอมเบคอนด้วยล่ะ

7. เอาละครับ ทีนี้ก็จัดโต๊ะแล้ว ด้วยการไปหยิบปลาทูน่าที่หั่นพร้อมออกจากตู้เย็น (ถ้าเตรียมโชยุกับวาซาบิไว้แล้วจะดีมาก)
วางไว้เลย เทปันก็พร้อมแล้วกำลังร้อนๆเลย แล้วก็ลงมือเลยครับ จะราดเกรวี่ลงบนเนื้อรึแยกเป็นถ้วยน้ำจิ้มนี่ตามถนัดครับ
ส่วนปลาดิบก็อย่างที่รู้กัน จิ้มโชยุผสมวาซาบิ แล้วกินกันเลย

8. ขออภัยที่ไม่ได้ถ่ายทำขั้นตอนเพราะกลัวทำกล้องตกกระทะอย่างแรง + ตอนทอดมันมีไอน้ำมันไม่อยากให้กล้องเสีย
เลยใช้วิธีทอดเสร็จแล้วเดินไปหยิบกล้องครับเลยมีแต่ตอนเตรียมของ กับ ทำเสร็จแล้วเนื่องจากไม่มีช่างภาพส่วนตัว

EX. ถ้าบ้านใครมีเตาย่างแล้วละก็ อยากลองวิธี หมักเนื้อแบบแทนที่จะซื้อสันในหั่นเสร็จให้ซื้อมาทั้งดุ้นเลยครับ
หมักตามสูตร พันเบคอน ก่อนย่าง แล้ว ค่อยๆหมุนย่างเบาๆ จนเบคอนมันกรอบ ครับ เนื้อข้างในจะฉ่ำกว่ามาก
แล้วก็ เบคอนจะหอมกรอบและน้ำมันต่ำกว่า เยอะ ส่วนเกรวี่ไม่ต้องห่วงถ้าอยากได้กลิ่นเบคอนก็ทอดเพิ่มทำเป็น
ออเดริฟ์เพิ่มความกรุปกรอบให้ลิ้น แต่คราวนี้ไม่ได้ทำเพราะ ครัวเก่าหลังบ้านโดนแมวยึดไปแล้ว
+ เครื่องซักผ้าอบผ้าเข้าไปอาศัย + ผมขี้เกียจทำความสะอาดเลยใช้แค่เตาไฟฟ้าอันเล็กครับ ....


ทัวร์ด้วยความสะใจส่วนบุคคล โคขุน โพนยางคำ + เค้กร้านประพันธ์ต่อด้วยซื้อเสบียงทำอาหารเช้าข้างบนในวันรุ่งขึ้น

แน่นอนว่าจาก คำโฆษณาหลอกให้เชื่อของ
ลุงแกะ L l*mp w*o p*ss by กับ พี่ D*nb*n* สุดเท่ห์ซึ่ง "ไปไม่ชวน แถมนัดล่มอีก"
แน่นอนว่าคนความอดทนต่ำอย่างผม จนทน (ความหิวนะไม่ใช่แรงริษยา) ไม่ได้ เชิญชวนพวกตายอดตายอยาก
ดังนี้ไปเป็นเพื่อน (รายชื่อผู้ประสบภัยทางไขมันอุตตันทางเส้นเลือดและอาจจะถึงสมอง)

1. M*h*t*m* Hen*** แห่งห้องไก่ไทย ผู้ยังคงมีความ LSM (ลึซึ่มนะครับอย่าแปลแบบจ่าบางคนต่อให้จริงเจ้าตัวก็ไม่ยอมรับซึ่งหน้าหรอก)
(รับหน้าที่พาหลง และรับเคราะจากการที่เอาโมเวฟมาส่งที่บ้านผมเลยโดนลากไปต่อประมาณไม่งั้นไม่จ่ายค่าสินค้าว้อย)

2.E*8 หรือ จอมทำพังของเพื่อนๆที่ โดนหยิบมาด้วยก่อนที่มันจะอดตายเพราะติดไฟนอลแบบข้าวไม่กินน้ำไม่อาบไม่ถ่าย
ประมาณเกือบเข้าไปในโลกที่ไร้การขับถ่ายไปแล้วถ้า Server ยังไม่ปิดหรือคนในตี้ (Party)ไม่ไปนอนหมด

3. *H หรือ นริ*รา ที่หายสาบสูญจนเหมือนโดนสาปส่งผู้มาเยี่ยมจากแคนาดาเมื่อหลายปีก่อนแล้วไปอยู่เชียงใหม่แทน
ผู้ได้ฉายา ว่ามี **** มาทิ้งไว้ให้หน้าบ้าน จนเจ้าตัว หมดโอกาสไปซ่าที่ไหนอีกแต่ก็ยังหาโอกาสมาจนได้
ซึ่งแน่นอนว่า โดนผู้ประสบภัยหมายเลข 1 ซึ่งไปรับมาจากจุดเดินทางเข้ากรุงเทพที่บัญเอิญมาเยี่ยมเข้าร่วมเดินทางด้วยอีกคน

4. ผมเอง แยมมาสตี้ XO ผู้เป็นเจ้าของ Blog บ้าๆบอๆนี้ที่เกิดอยากกินขึ้นมาจนได้เรื่อง จึงได้เริ่มต้นออกเดินทาง

5. K*r*i K***ro ซึ่งได้มาพบกับเราก่อนกลับ (มัน อดกิน) ก็ได้มาร่วมบ่นลาจากกันก่อนแยกทางกลับ


หลังจากรวบรวมสมาชิกที่หาได้แล้ว

เริ่มประวัติศาสตร์ที่เวลา 15.30

ก็ได้เริ่มเดินทางจากบ้านผมตรงไปยังถนนรามอินทรา ซึ่งแน่นอนว่าไกลฉิบ .....
และแล้วนรกก็ได้เริ่มขึ้น เพราะเหยื่อรายแรกคือ นาย *H ที่โดนรีดความจริงที่เจ้าตัวปกป้องสุดชีวิตและได้ข้อสรุปคือการ
ยัดเยียด ประวัติศาสตร์แบบแต่งเองจาก 3 คนในรถจนเจ้าตัวเครียดถึงขนาดฟังเพลงอนิเมบางเพลงแล้วหัวใจเต้นไม่ปรกติ
(เกี่ยวเรอะ) แถมนาย Hen*** ซึ่งเริ่มจะหลงทางก็ส่ออาการแล้วด้วย ทั้งที่ก่อนเดินทางได้เปิด Goog** Map
มาแล้ว แต่ก็ยังหลง สุดท้ายกว่าจะเจอป้ายซอยนวลจันทร์ ให้ U-turn รถ ปรากฏว่า ทางโดนกั้นครับ
เอาแล้วไง และแล้วพวกเราก็หน้าด้าน ปาดรถจากเลยขวาสุดก่อนโดนขึ้นสะพานไปหลักสี่ เข้าไปเลยซ้ายสุด ก่อนจะหาที่กลับรถอันใหม่ได้
แน่นอนว่าแตรบีบ (อาจจะมีคนเป่า) เพื่อเพลงสรรเสริญบรรพบรุษจากสามเลนข้างซ้ายได้ถูกเล่นขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงครับ
หลังจากนั้นเราไม่พึ่ง GooG** แล้ว เราพึ่ง Gooมั่ว แทน

เอาล่ะในที่สุด เราก็มาถึงหน้าร้านและแล้ว ก็ต้องถ่ายรูป ระยะไกล เพราะความมียางอายว่าเดี๋ยวจะเหมือนบ้านนอกเข้ากรุง

สามสหายผู้แวะมาเยือนสนองความกระหายของเจ้าของกระทู้

ด้วยจรรยาบรรณที่หลงเหลืออยู่ทำให้ต้องมีการ Cencor หน้าตากันเล็กน้อย

นี่ไง ! ในที่สุดเราก็หาเจอแล้ว


เดี๋ยวโดนร้านนอกเมืองดูแคลนเอา แต่แล้วพอเห็นวัวหน้าร้านก็อดใจไม่ไหว ถ่ายรูปกับวัวก่อนเลย

นี่เลยเอากลับบ้านไปด้วยได้ไหม

ถ่ายภาพอีกครั้งตอนย่อยอาหาร+ รอเนื้อจานสุดท้ายอยู่

ตัวเดียวไม่ได้ต้องสอง !!

เวลาที่ไปถึงคือ 17.00 ตามเวลาประเทศไทย (ก่อนจะได้กินเสียเวลา ถ่ายรูปราวๆ 15-20 นาที+อ่านเมนูอีก)

แน่นอนว่า เริ่มถ่ายภาพต่อด้วยการดูเมนูแต่มันมืดไปหน่อยภาพเลยไม่ชัด และข้อสรุปในการอ่าน ขอให้เป็นเนื้อเอามาโลด
(แล้วจะดูเมนูทำไมเนี่ย) ผมเลยรับหน้าที่สั่งเลยละกัน

ใบพายกระทะร้อน 1 สันนอกกระทะร้อน 1 เนื้อหนอกย่าง 2 เสือร้องไห้ 2 ตับย่าง 1 ต้มแซ่บเอ็นวัว 1

แน่นอนว่าทุกคนไม่มีคำว่ารอถ่ายรูปครับ ของลงก็ลงมือสิครับถ่ายรูปก็อดกิน เวลาผ่านไปไม่กี่นาที ก็เหลือแต่จานเปล่า
การต่อสู้ยกที่ 2 ได้เริ่มขึ้นครับ เอาเหมือนเดิมมาอีกชุด พร้อมจิ้มจุ่ม เนื้อหนอก และสันใน อย่างละ 1 มาด้วย
แน่นอนว่า ความเร็วในการต่อสู้บนโต๊ะอาหารยังไม่ตกลงไปแม้แต่น้อยแต่เพราะจิ้มจุ่มใช้เวลาประกอบกับหม้อเล็ก
เลยต้องเรียงคิวกันจิ้ม (เนื้อลง หม้อ) ทำให้ใช้เวลาไปหลายนาที + ใกล้หกโมงเย็นแล้ว แขกท่านอื่นๆเริ่มมากันแล้ว
เลยต้องสั่งคอมโบต่อไปได้เลย เนื้อหนอกย่าง 2 เสือร้องไห้อีก 2 ตับย่างอีก 1
แต่เนื่องด้วย แขกท่านอื่นๆสั่งกันอย่างเซ็งแซ่ + พนักงานเริ่มไม่พอกับความต้องการของลูกค้าที่เต็มร้านแล้วทำให้ขาดช่วง
+ ของเริ่มทยอยมาแทนที่จะมาแบบตูมเดียวเลยทำให้เหมือนกินไม่อิ่ม เลยตัดใจสั่ง เนื้อหนอกย่าง 2 เสือร้องไห้อีก 1
ก่อนจาก ปรากฏว่า ต้มแซ่บชามที่ 2 ยังไม่ได้ แต่เนื่องด้วย ยุงมาแล้ว แถมโรคของผมกำเริบ (ความอดทนต่ำ)
เลย บอกไปว่า เก็บตังเลย ของที่ยังไม่มาไม่เอาแล้ว เขาเลย เอาเนื้อย่างมาให้ แต่ต้มแซ่บไม่ทันใจเลยไม่ได้กิน
ทั้งหมด 961 บาท รวมน้ำด้วย กินกัน 4 คน ถือว่าราคาใช้ได้เลยล่ะถูกกว่าบุฟเนื้อทั่วไป

เสร็จภารกิจกินครั้งแรก 18.30 น เวลาประเทศไทย (นับเวลากินจริงๆเร็วมาก แต่ตอนที่ของขาดช่วง + รอคิดตัง)
และแล้วพวกเราก็ย้ายพุงออกจากร้านแล้วไปหาของหวานกัน แน่นอนว่าเป้าหมายแรก ไอติมไข่แข็งที่รังสิตครับ
แต่ว่า Hen*** บอกว่ามันไม่ขายแล้ว ผมก็แย้งว่า เมื่อก่อนเที่ยงคืนก็ยังมี แต่ในเมื่อเจ้าตัวยืนยัน เราก็ไม่ขัดศรัทธา
แต่เรากลับไม่รู้เลยว่านรกกำลังเยื้องกรายเข้ามาใกล้ เพราะตอนที่เถียงกันว่าไปไหนดี คนขับได้เลี้ยวรถตามป้ายให้กลับไป
รามอินทรา แต่แล้ว 1 ชม ผ่านไป เรายังอยู่ในซอกถนนเล็กๆในหมู่บ้านอยู่เลย แล้วเราก็เห็นป้าย เลี้ยวซ้ายไปรามอินทรา
(ราวๆป้ายที่ 6 รึ 8 ไปแล้ว + มั่นใจว่าผ่านป้ายเดิมเป็นบางครั้ง)เอาแล้วไง ทีนี้ เลยหักไปทางที่ไม่มีป้าย
ในที่สุดเราก็เจอป้าย เลี้ยวซ้าย ไป รามอินทรา - หลักสี่ และพวกเราก็โล่งใจ เพราะเห็นรถเมล์ (นรกแต่ไม่มียกล้อ)
ผ่านไปไกลๆ ก็มั่นใจว่าออกถนนได้แล้วว้อย แต่ป้ายแรกบนถนนที่เราพบคือ อีก 1.5 กิโลไปซาฟารีเวิลด์ ....

WTF .... แน่นอน พวกเราอุทานพร้อมกัน " Guอยู่ไหน !!! " โดยไม่ต้องพึ่ง ต้มยำ** ของพี่โทนี่
นาย E*8 ที่ ปรกติจะหลับเว้นเวลา กิน เล่นไฟนอล และเข้าห้องน้ำ(คาดว่านะ แต่ไม่มีใครเข้าไปดู)
ก็อยู่ในอาการเดียวกัน กับเพื่อนๆที่เหลือ แต่หนักกว่าตรงที่บ่นมาว่า นี่ใกล้ๆกับบ้านของตาของเขา แต่เป็นตา 1 ใน 7 คน
อะไรจะเยอะขนาด .... ปัญหาคือ จำทางไม่ได้อยู่ดี และแล้วหลังจากหลงทางอีกพักใหญ่
เราก็ได้พบกับทางสว่าง ป้ายคาร์ฟูร์ ที่อยู่ใกล้ๆกับตึก Nectec ทำให้ผม พอจะมั่วทางกลับได้
และในที่สุดเราก็ได้กลับมายัง บริเวณประชาชื่น และแล้ว นาย Hen*** ก็ได้แนะนำร้าน ประพันธ์ ที่ ใกล้บ้านตน

ออกมาถ่ายภาพระหว่างรอเค้กชุดแรก


เป็นร้านของหวาน ที่เขียนว่าปิดสามทุ่ม เวลาขณะนั้น 19.52 และพนักงานในร้านก็ทำหน้าอยากปิดร้านแล้ว (คาดว่านะ)
แต่ด้วยหน้าตาที่กระหายของพวกเรา 4 คนก็ทำให้เขายอมแต่โดยดี (ขาย เค้กโดยพูดทางอ้อมว่าซื้อกลับบ้านรึเปล่าคะ ?)
แต่แล้ว พวกเราก็หน้าด้านกว่ายางรถสั่งเค้กตามความอยากแล้วกินที่ร้าน โดยเครื่องดิ่มเป็นน้ำเปล่าเพราะความงก

ภาพมุมเฉียง

ภาพมุมบน


แต่เมื่อเหยื่อชุดแรก(เค๊ก) เสร็จลงท้องหมดแล้ว (5ก้อนต่อ 4 คน) พวกเราก็เบิ้ลอีกคนละก้อน Clifff....
และคราวนี้บิลที่ออกมาคือ 629 บาทโดยประมาณ ไม่มีทิป เพราะพวกเราจน + คาดว่าคงมีบริการพุ่งชนแล้ว
(Service Charge) ก่อนกลับก็ถ่ายป้ายหน้าร้าน เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายภาพเค๊กยกที่สอง เพราะ รอบแรก
คนถ่ายยังคงความหิวได้แต่พอรอบสอง พนักงานทำหน้าว่าอยากกลับบ้านแล้ว(ว้อย)พวกเราจึงได้รีบๆกิน+ นายK
โทรมาว่ามารออยู่ Big C แถวบ้านนาย E*8 แล้ว แต่ไม่มีกุญแจเข้าห้องไม่ได้

ขณะนั้นเวลา 20.กว่าๆ น.

จากการเดินทาง ที่เสียเวลาอีกแล้ว ทำให้พวกเรา .... หิวอีกแล้ว เหยื่อรายต่อไปคือ ร้านขนมปังยามาซากิ
ที่สิ้นค้าจะหมดแล้ว และไม่มีโคโรเนท (ซึ่งซักคนในทีมฟังเพลงของ Luc*y S**r ในรถแล้วเกิดอยาก)
ทำให้ พวกเรา ซื้อของนิดหน่อยแล้วระเห็ดเข้าไปเดินเล่นรอบๆก่อนเป็นการแก้เซ็ง แล้วเกือบๆจะต่อบุฟ โตไกแล้ว
โชคดีที่ นาย E สมองสั่งการไม่ครบแล้วประมาณอยากนอนไม่งั้นตื่นมาเล่นเกมไม่ไหว ส่วนนาย K อยากได้เกม
L*v* D**th 2 จนอวัยวะบางส่วนสั่น ทำให้ ผลสรุปคือแวะซุปเปอร์ที่ Big C ซื้อเสบียงแทน
และของที่ซื้อมาคือ เฟรนฟราย 1 ถุง น้ำมัน 1 ขวด และของกินอีกนิดหน่อย เพื่อไปทำต่อบ้าน Hen***

เวลาขณะนั้น 21.30 น. อะไรจะเร็วขนาดแต่อย่าลบหลู่พวกเราทำไปได้ไงไม่รู้
แต่เนื่องด้วยบรรยากาศไม่เป็นใจ พวกเราเลย แยกทางแทนที่จะไปต่อบ้าน นาย Hen***
จริงๆคงเพราะมันบอกว่ากินเสร็จก็ไปนอนกะหมาที่บ้านละกัน ....

ผลสรุป

ผมกลับ บ้าน และไปแมคโครในเวลาต่อมา

นาย E และนาย K กลับห้องเพื่อเสพสุขในแบบฉบับของตน

นาย P และ นาย H ไปต่อกันที่บ้านโดยที่ไม่มีสมาชิกคนอื่นอีก (สวีทมากเลยล่ะ ทอดมันฝรั่งเนี่ย)

ขอจบการเดินทางแบบบ้าบอ โดยที่ตัวผมเองนอนตอนเกือบๆเที่ยงคืน
ตื่นมาดอทเอตอนตี 4 ก่อนจะสลบคาคอมตอน 6 โมงเช้า
และลุกขึ้นมาทำอาหารเช้าตอน ราวๆ 9 โมงตามกระทู้ด้านบนครับ

Comment

Comment:

Tweet


นั่นคือเค้กที่มีน้ำจิ้มแจ่วสินะ
#7 by Gathering Urza At 2008-07-05 19:23,
คราวหน้าไม่ต้องไปบ้านไอ้ก๊อดแล้ว ไปบ้านแกดีกว่า
#6 by ม่อน At 2007-09-11 21:54,
หนังสือพิมพ์ดาราเรอะ มีแต่ตัวย่อ...
#5 by Little Lamb At 2007-09-05 20:42,
555555 สุดยิดไปเลย บ้าบอดีจิงๆ
#4 by Cyber_X (58.9.42.23) At 2007-09-05 13:01,
บ้าพอทั้งก๊ก แต่น่ากิน
#3 by คนแถวนี้ (61.7.138.112) At 2007-09-03 12:22,
-.- น่ากิน...


โคขุนไม่ถ่ายรูปมาหละ!! *-*



(เซนเซอร์แต่ละคำนี่ ..... )


#2 by [H.E.A.T.]Dunbine At 2007-09-03 10:49,
ไอ้ทำกับข้าวกับทัวร์กินนี่แยกหัวข้อก็ได้มั้ง

ยาวโคตร
#1 by blade At 2007-09-03 09:34,