2009/Jul/04

.
.
อย่างที่รู้ๆกันแหละว่าวันนี้ที่เมกาเป็นวันประกาศอิสระภาพ แต่ก็ไม่มีไรมากหรอกครับ สำหรับผมมันเป็นช่วงที่ใครๆก็หยุดกันแต่ด้วยความตังน้อย เลยมาสิง Office จัดการงานค้างดีกว่า แต่โอกาสเหมาะที่ไม่มีใครมายุ่มย่ามเลยดอดไปซื้อรองเท้าออกกำลังกายอันใหม่ซะ
.
.
.
Asics Gel Keisei Version แรกสุด 
อันนี้สภาพของ Asics คู่เก่าที่เละไปแล้วจากการวิ่ง เจลแตก พื้นสึก แล้วข้างในเบี้ยวไปแล้ว
ราคาจริงของมันอยู่ที่ 129 $ แต่ซื้อมาตอนมันหมดรุ่น เหลือ 29$ (คุ้มโคตร)ใช้วิ่ง เดินทาง และอื่นๆมากมาย
หลับให้สบายนะเพื่อนยาก ขอขอบคุณนายจากใจจริง
.
.
และแล้ววันนี้ผมก็ได้รองเท้าใหม่ซะทีหลังจากหามานาน
.
.
. 
ได้ Adidas Bounce แบบเต็มเท้ามา พร้อมแผ่นรองซับแรงกระแทกด้านในแถมมาอีกอันต่างหาก
ราคาเต็มมัน 139 $ ได้มาในราคา 60$ ถือว่าแพงนิดหน่อยแต่ถ้าเทียบกับข้อไม่พังผมถือว่าถูกนะเพราะถ้าเข้ารพ รักษาไข ข้อ เอ็นอักเสบ โรคชรา(ไม่เกี่ยว) แพงกว่านี้มาก แถมผมใส่รองเท้าชนิด 4E(โคตรกว้าง) ต่างหาก
.
.
.
เอาล่ะหลังจากได้รองเท้าก็กลับมาขลุกใน Office ที่ไม่มีใครอยู่เพราะไปเที่ยวกันหมดเราก็ยึดได้สบายแฮ
แต่จริงๆงานค้างก็มีนะเออ คอมที่ต้องซ่อมก็มีระบบที่ต้องพัฒนาต่อและอื่นๆ
.
.
.
.
และเพื่อความประหยัดผมจึงได้แหงกอยู่ Office มันนี่แหละเพราะรถไฟคนเพียบไม่มีอารมณ์เบียดกลับ
.
.
.
.
ที่นี่มีเตียงพับด้วยละนอนได้เลยหมอนก็ซื้อมาแล้วอ่อก้อนปริศนานั่นไม่ต้องส่งคำตอบชิงโชคมานะครับ
แค่ลืมเอาออกตอนถ่ายภาพเท่านั้นแหละ
.
.
.
แล้วพบกันใหม่

2009/Jul/01

.
.
วันนี้ไม่มีไรมาก แค่จะบอกว่าหลุดพ้นจากเกมออนไลน์ที่ชื่อท*าเวี่*นแล้วละ
.
.
โดนเล่นงานอยู่หลายเดือนแรกๆก็สนุกดีอยู่หรอกแต่ไปๆมาๆ เพื่อนเริ่มเลิกนั่นยังไม่เท่าไหร่ แต่การที่เจอ ทั้ง rollback และ เหตุการณ์bug (แบบดูไม่ออกเลยนะว่าไม่จงใจ) อื่นๆอีกหลายครั้งในที่สุดก็ตัดสินใจลบได้
.
.
จริงๆเล่นเกมออนไลน์เนี่ยหลายทีละไม่เคยเลิกเพราะประสบการณ์ดีๆเลยยกเว้น TRO beta อันนั้นอันเดียวจริงๆที่ประทับใจสุดๆได้แต่บอกตัวเองว่ารอบนี้หลุดพ้นแล้วและคงไม่ไปติดกับอะไรอีก
.
.
. 
วันนี้แค่นี้แหละ ปล.ตอนแรกมันกระสับกระส่ายพอๆกับเลิกอาการเสพติดเลยแต่ก่อนนี่ออนปุปเป็นต้องหันมาดูจนแทบไม่ทำไร (มีคนดูให้ก็ไม่ได้ช่วยมากนัก)

2009/Jun/30

.
.
.
.
เอาล่ะวันนี้ขอพล่ามไม่เยอะมากละกัน เริ่มจากวันเสาร์ที่ผ่านมา
Boss : ไอ้ตี๋ คอมที่ร้านพี่สาวเดี้ยง ช่วยไปซ่อมให้ทีสิ (ผมไม่จีนนะไม่มีเค้าเลย บอสผมก็ไม่ใช่จีน ไม่ไทยด้วย)
ผม : เอ่อ ไปทำไรเข้าครับ ?
Boss : พี่ไปอัพเดทแล้วระบบมันล่มน่ะ.... วันนี้วันเสาร์ด้วย Credit Card ใช้ไม่ได้นี่ฉิบหายเลยนะ
ผม : ก่อนอื่นผมขอดูข้อมูลแปป
Boss : บ.นี้(ที่ซื้อเครื่อง) มันยังไงวะ จ่ายก็จ่ายค่าประกันไปแล้ว (บลาๆๆ) 
....... 
และหลังจากติดต่อกับตัวแทนก็พบว่า
ผม : บอส ประกันหมดตั้งชาตินึงแล้วครับ
Boss : อ้าวมันไม่ได้ life time เรอะ (ตรูละเศร้า ทำไมเวลาคนประกันไรชอบคิดว่า life time วะ ทีประกันคนอื่นนี่ บอก 7 วันยังไม่ถึงเลยมั้ง)
หลังจากติดต่อเรียบร้อย ได้ทุกอย่างที่พร้อมจะต้องซ่อม
ผม : ที่ๆจะให้ผมไปซ่อมนี่ที่ไหนครับ
Boss : บัลติมอร์
........
โอ้วเย่ Office อยู่ DC ร้านพี่สาวอยู่บัลติมอร์ให้ตรูไปซ่อม (I SAD .....)
ผม : ซักสามวันผมคงไปถึงนะครับ ไอ้ตี๋ไม่มีรถ
Boss : เดี๋ยวให้คนอื่นไปส่ง เก็บของแล้วเดินทางโลด
.
.
.
เวลาผ่านไปผมก็ถึงบัลติมอร์โดนสวัสดิภาพ.....
อืมแน่นอนว่าซ่อมไม่ยากหรอก File แก้ไข้เตรียมมาพร้อมแล้วแต่ทีนี้ก่อนอื่นก็ต้องโซ้ยก่อน ไหนๆมาแถวนี้แล้วหาเรื่องกินฟรีก่อนหลังจากนั้นก็สั่ง มัน update ระบบ แล้วก็ได้เวลาแร่ดล่ะ
.
เริ่มกันเลยละกัน
เมืองนี้ใหญ่ดีแฮะ ทิวทัศน์ก็ไม่ต่างกับที่เคยมาเมื่อ 10 ปีก่อนเท่าไหร่ ยกเว้นตึกเยอะขึ้น
.
.
 
เทศกาลรถยนต์พลังไฟฟ้า ลดโลกร้อน
.
.
คนเข้าไปชมเทศกาลสีเขียวกันอื้อเลย 
.
.
และแล้วผมก็มาเดินเล่นที่ท่าเรือ Taxi น้ำน่าลองจริงๆ
.
.
 
นี่ถ่ายข้างๆท่าเรือ Crusier ก็น่าขึ้นแฮะ
.
.
อากาศร้อนบรรลัย ร้านไอติมคิวยาวเหยียดเลยให้ตายสิ 
.
.
 
หนีไปเดินต่อก่อนดีกว่า บรรยากาศงดงามหลาย
.
.
 
เห็นไกลๆนั่นกีต้าร์ "เคนโอ" เอ้ยไม่ใช่แล้ว "Hard Rock Cafe"
.
.
เหนื่อยนักก็พักซะหน่อยไอติม Italian Ice Blue Rasberry+ Cream Custard
.
.
เรือใหญ่อีกภาพ
.
.
ตรงนี้ลานกว้างข้างๆอ่าว เสียอย่างเดียวดันมีคนสูบบุหรี่เยอะไปหน่อย
.
.
ก่อกองทราย 1 โคลีเซียมมั้ง 
.
.
อันนี้ก็เจ๋ง 
.
.
เขากำลังเตรียมการแสดงอยู่ สงสัย Fuwa Fuwa Time  
.
.
เรือถีบสุดคลาสสิก แต่ตัวเราคนเดียวโด่เด่ ฮือๆไม่มีสาวลงไปถีบด้วย 
.
.
ได้เวลาเดินกลับมาทำงานให้เสร็จละ ด้วยจรรยาบรรณเลยไม่บอกว่าร้านไหนที่มาซ่อมให้ วันนี้พอแค่นี้ก่อนละกันตอนแรกว่าจะอัพตั้งนานแล้วแต่เพิ่งว่างกิจกรรม เดือน 6 ก็จะหมดซะแล้วสิ
.
.
.
.
.
.
แล้วพบกันใหม่ครับ

2009/Jun/25

.. 

กลับมาแล้วกับการอัพเดทบล๊อคของแยมมาสเตอร์ช่วงที่แล้วยุ่งๆเลยไม่ได้อัพซะที ประกอบกับช่วงนี้มีแต่เรื่องปวดใจเล็กน้อยจึงขอขุดเรื่องดีๆที่เกิดขึ้นตอนที่กลับไปไทยมาอัพคงไม่ว่ากันน่อ เนื่องด้วยผมเกิดอยากลองกินตอเสี๊ยะหมี่มานานแล้วเมื่อได้โอกาสจึงจัดมีทขึ้นที่นี่ ชะรอยว่าตอนแรกมีแค่ ผมกับพี่เท่ห์เท่านั้น ตอนแรกก็เสียวๆว่าเฮ่ยล่มแหงๆเลยฟ่ะแต่ในตอนที่ไปถึงนั้นเองก้ปรากฏว่ามีคนขอตามไปแจมด้วยอย่างไม่ขาดสาย เริ่มตั้งแต่ พนมกับน้องสาว ตามมาด้วย ปูน ชับปี้ บุหาวกลายเป็นทีมใหญ่ซะงั้นเลยละ เอาละในเมื่อพูดถึงสมาชิกไปแล้วต้องชมด้วยสินะว่าพวกเราโซ๊ยอะไรไปบ้าง

 . 

เริ่มกันตั้งแต่ร้านยังไม่เปิดดี พวกเราก็มาถึงแล้ว (พวกชะมัด มีแค่ผมกับไอดอลD)

.

ไก่แช่เหล้าครับแต่ผไม่แตะของมึนเมาเลยเสร็จคนอื่นไป (จานแรกมาถึง พร้อมๆกับพนมและน้องสาว)

.

เสี่ยวหลงเปา หรือซาลาเปาไส้น้ำซุป + หมูร้อนถึงใจทีเดียวว่ากันว่าต้องให้มันเข้าไปลวกปาก....

.

ข้างในเนี่ยซุปไหลออกมาเลย

.

 

ปอเปี๊ยะมั้งไส้อะไรหว่าลืมแล้วจำได้ว่าอร่อยแต่ปอเปี๊ยะไม่พอคนเลยต้องสั่งเพิ่ม

 . 

ร้านเริ่มมีคนมาซะละ ยุ่งกันใหญ่เลยทีนี้

.

ตอนนี้ผมก็ขี้เกียจรอเลยออกมาดูเขาทำเส้นซะเลยไหนๆบอกกันมาว่าทำสดๆให้ลูกค้า

.

หมัดอุดรเทวะกระหน่ำ

 .

มังกรม้วนตัว

.

นวดต่อ

 .

 

โอ้รีดอีกรอบ

.

มัดเป็นก้อนแล้วก็ตัดๆๆๆๆ

ออกมาแล้ว !!!

 .

นี่เลยเสียดายเส้นไม่ใหญ่เหมือนในจอมโฉดพ่อครัวกะทะเหล็ก

.

กุ้งทอดแหละ จานนี้กินไปได้หน่อยก็เลี่ยนน้ำมันเสียแล้ว พนมกับน้องขอตัวกลับก่อนเสร็จศึกซะได้แต่ทว่ากำลังเสริมก็มาถึงพอดีทั้ง ปูน บุหาวและชับบี้ มาก็ร่วมสงครามกันต่ออย่างหิวโหย

.

ของรองท้อง (เรอะ) ซาลาเปาทอด อมน้ำมันจริงๆแฮะ

.

เกี๊ยวซ่า อืม ก็อร่อยนะแต่ไม่โดนใจเท่าไหร่

.

 

ปูนมาถึงก็สั่งไอ้นี่เลยแฮะ สิงเทา ...อ่านงี้มั้ง

.

 

 

นี่เลยซาลาเปาไส้ผัก .... ไม่ไหวแฮะไม่หวานเท่าไหร่พี่เท่ห์เอาไปละกัน

.

พุดดิ้งมะม่วง .... เขาว่างั้นนะ

อันนี้อะไรไม่รู้ลืมแล้ว

 

สองคนสุดท้ายที่ยืนหยัดอยู่ได้(ไอดอล D เป็นคนถ่ายภาพ) จนร้านปิด  .... คงประมาณกลับไปเหอะมรึงมาตั้งแต่ร้านเปิด.....

วันนี้แค่นี้ละครับ                           

2009/Jun/15

.
.
.
ในที่สุดมินิสตอรี่ก็ได้เกิดขึ้นมาจนได้ โดยส่วนตัวแล้วผมอยากเผยแพร่นิทานเหล่านี้ไว้ให้เด็กๆได้อ่านกันเพื่อจะได้ทันกับโลกปัจจุบันอันซับซ้อน และไม่สามารถแบ่งแยกดำขาวได้อีกต่อไป
.
หมายเหตุนิทานเรื่องนี้ เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นโดยจินตนาการอันกว้างไกลของผู้เขียนเท่านั้นหาได้ใช้ตัวอย่างจริงจากสังคมไม่หากไปซ้ำกับเหตุการณ์ที่ไหนไม่ใช่ความรับผิดชอบของผู้เขียนทั้งสิ้น
.
กาลครั้งหนึ่งไม่นานเท่าไหร่ ....
.
บริษัทเกมออนไลน์แห่งหนึ่งเปิดเซอเวอร์ เกมสารขัน ซึ่งเป็นที่เกมที่นิยมมากในประเทศที่ล้ำหน้าทางเทคโนโลยี และด้วยคะแนนนิยมอย่างล้นหลามทำให้เกมดังกล่าวถูกนำมาเปิดเซฟเวอร์ในประเทศไพร่แลนด์อย่างถูกกฏหมาย แน่นอนว่าประชาชนผู้ใช้อินเตอร์เนทให้ความสนใจกันอย่างล้นหลามในตอนเปิดตัว ถึงขนาดมีการออกงานโปรโมทกันอย่างไม่หยุดหย่อนเลยทีเดียว แต่แล้วในขั้นตอนของ เบต้าเซอเวอร์(ระบบทดลองให้เล่น ก่อนเสียเงินจริง)นั้นเอง ก็ได้ปรากฏการณ์ขึ้น
.
นั่นคือการที่มี เพลย์เยอร์(Player) คนหนึ่งมีความพิเศษกว่าเพลย์เยอร์คนไหนๆ มีไอเทมที่ยังไม่ดรอปในเกม
แถมยังสามารถใช้คำสั่งของจีเอ็ม(GM – Game Master) โชว์ได้อย่างไม่มีจำกัด สร้างความเลื่อมใสให้กับเหล่าคนที่มาเล่นเกมเป็นอันมาก และเมื่อเวลาผ่านไปเพลเยอร์คนนั้นก็ได้เปิดเผยว่าตัวเองเป็นจีเอ็มคนหนึ่งที่ลงมาเล่นในเซอร์เวอร์แต่ชะรอยเนื่องจากวรีกรรมที่ทำมาไม่ได้มีแต่ด้านดี หากแต่การใช้อำนาจจีเอ็มในการกดหัวผู้เล่นคนอื่นที่มีความสามารถขึ้นมาทาบรัศมีคนแล้วคนเล่า
.
และแล้ววันหนึ่งเมื่อเกมเวอชั่นจริงกำลังจะเปิดตัวในไม่ช้าผู้บริหารสูงสุดก็ได้แปลกใจอย่างยิ่งที่จำนวนผู้เล่นกลับหายหัวไปอย่างน่าใจหาย ราวกับผีทั้งป่าช้าโดนน้ำพัดพาไปหมดทั้งต้นไม้ทั้งผีงั้นแหละ หลังจากการสืบสาเหตุอย่างเอาเป็นเอาตายก็พบว่าบรรดาเจ้าของ ISP ซึ่งโดนโกงโดยGMเหมือนกัน เลยขึ้นป้ายไม่สนับสนุน ทำให้ประชาชนที่เล่นผ่าน ISP นั้นๆ เสื่อมความนิยมในเกมสารขันลงอย่างล้นหลามทำเอาผู้บริหารของเกมสารขันถึงกับนั่งไม่ติดหาทางเชิญชวนเหล่าผู้บริหารของ ISP มาร่วมคุยเปิดอกถึงวิกฤติการดังกล่าวอย่างเร่งรีบไม่แพ้การกู้เงินช่วยชาติของประเทศโลกที่สามเลยก็มิปาน การประชุมถูกจัดขึ้นโดยที่เหล่าหัวงานมีการเตรียมการอภิปรายอย่างเพียบพร้อม
.
.
เจ้าของเกมสารขันแห่งไพร่แลนด์เปิดฉากการอภิปรายด้วยความยากลำบากถึงการไปติดต่อกับตัวแทนต่างประเทศรวมถึงขั้นตอนต่างๆนาๆในการเปิดและดูแลเซอร์เวอร์โดยที่ไม่มีใครเอ่ยปากถาม
.
แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่การประชุมครั้งนี้ถูกจัดขึ้น !
 .
 .
และในที่สุดปริศนาทั้งหมดก็ไขกระจ่าง !!!
.
 .
เรื่องราวเกิดขึ้นจากการที่เหล่าผู้เล่นที่เดือดร้อนและไม่พอใจการกระทำของ GMเกมสารขัน ได้ถูกส่งขึ้นไปยังเจ้าของผู้ให้บริการเกมสารขันแห่งประเทศไพร่แลนด์ ได้รับทราบการกระทำอันมิสมควรเหล่านี้ แต่แล้ว คำตอบก็ออกมาแก่สายตาของผู้เข้าประชุมว่า
..
“ มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ ผมไม่รู้เลย ? ”
.
โอ้ว ชีส (เนยแข็ง) ยอดมากเลยครับตะกี้เพิ่งพูดอยู่หยกๆนะครับว่าดูแลทุกขั้นตอนแต่ปัญหาที่มีมาช้านานกลับบอกว่าเพิ่งรู้และหลังจากนั้นก็ยังสร้างความเซอไพรซ์ ว่าเพลเยอร์คนนั้นไม่ได้เป็นจีเอ็มของทางบริษัท หากแต่ว่า “ สนิทกันเป็นพิเศษ ” กับคนดูแลระบบรวมทั้งกับทีมงานด้วย แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทางบริษัท และ “อำนาจทุกอย่างในการตัดสินใจเป็นของผม ”ผู้บริหารบริษัทเกมกล่าว
.
.
แน่นอนว่าการประชุมยังคงดำเนินไปอย่างเผ็ดร้อนโดยเนื้อหารวมคือความผิดของว่าที่ GM ในเกมแต่ทว่าในท้ายที่สุดเหล่าผู้เล่นก็ได้รับคำยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าเรื่องนี้จะถูกจัดการและแล้วผู้บริหารบริษัทเกมก็ได้กล่าวคำถามขึ้น
.
“ พวกคุณยังจะเล่นเกมนี้กันรึเปล่าครับ ผมลงทุนไปมาก เพื่อให้ทุกคนได้สนุกกัน และไม่อยากให้มันเจ๊ง ”
.
คำตอบจากเหล่าผู้ให้บริการ ISP ก็มีเพียงแค่ทางเราจะยกเลิกข้อความไม่สนับสนุนระหว่าง ISP ของเรากับเกมดังกล่าวที่เหลือเป็นเรื่องของผู้เล่นทุกคนที่เขาจะตัดสินใจเอง ทั้งนี้และทั้งนั้นทางเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่คุณมาแสดงความจริงใจต่อทางเรา ใช่แล้วละถึงจะเป็นคำตอบที่ดูไม่งดงามนักแต่เหล่าผู้บริการจะทำอะไรได้ละครับ
บังคับขายเนทพร้อมกับแพคเกจเกมเพื่อให้ เกมสารขันไม่เจ๊งเหรอ ?
.
สิ้นสุดการเจรจา นั้นเองเจ้าของผู้นำเข้าเกมสารขันก็ได้เอ่ยกับทุกคนที่มาประชุมว่า
.
“ แล้วผมจะเสียเวลามาทำไมเนี่ย ? ”
.
สร้างความรู้สึกที่ต่างๆกันไปของเหล่าผู้เข้าประชุมยิ่งนัก และเมื่อเวลาผ่านไปการตกลงนอกรอบก็ได้เกิดขึ้น
โดยการที่จะเปิดเซอร์เวอร์ใหม่ชื่อ ‘ โอตากร๊วก ’ สำหรับเหล่าผองเพื่อนของผู้ให้บริการ ISP โดยสัญญาว่าจะไม่มีการก้าวก่ายจาก GM อีก
.
Happy Ending ? รึเปล่า ?
.
ดูแล้วคงเหมือนกับ วิน – วิน ซิทูเอชั่น (Win – Win Situation หรือการชนะด้วยกันทั้งสองฝ่าย)
เหล่าเพลย์เยอร์ที่พอจะรู้จักคนมีอำนาจใน ISP ก็จะได้เข้าไปเล่นในเซอร์เวอร์ส่วนตัว โดยไม่ถูก GM ข่มเหงอีก
คนทั่วไปก็จะถูกเด้งไปยังเซอร์เวอร์ปรกติ ที่ซึ่ง GM ยังสามารถแสดงอำนาจความเป็นเทพเหนือกฏเกมได้ดังเดิม
.
ในความเป็นจริงแม้ว่าจะเป็น วิ่น – วิ่น ชิทูเอชั่นก็ตามที (ขาดวิ่น ทั้งคู่)
..
- เหล่าคนที่ทำให้เปิดเซอร์เวอร์ โอตากร๊วกก็ต้องเสียเงินจำนวนหนึ่งซื้อความพิเศษขึ้น เพื่อสร้างหน้าตาให้ตัวเอง รวมถึงซื้อความไม่ถูกโกงด้วยราคาที่เหมือนจะโดนโกง
.
- ทางเจ้าของเกมสารขันก็ต้องกัดฟันกับการที่เสียอำนาจเบ็ดเสร็จรวมถึงเสียงบ่นจากลูกน้องถึงความไปกร่างไม่ได้แถมยังไม่สามารถฟันกำไรเต็มที่จากการหลอกคนทั่วไปได้อีกต่างหาก
.
เจ็บทั้งคู่แหละครับแล้วใครจะรู้ว่า GM แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ถ้าเขาเป็น “ คนที่สนิทกันเป็นพิเศษ ” กับใครอีกซักคนล่ะ ?
.
วัฏจักรมันเหมือนยุงวางไข่เลยละครับวนเวียนกันแบบนี้แล
.
End True End – Never Ending Story……
 .
จบแล้วครับสำหรับตอนแรกของ นิทานสารขัน เด็กอ่านได้ผู้ใหญ่อ่านดี ขอให้อ่านอย่างมีวิจารณญาณนะครับผู้เขียนมิได้ต้องการเสียดสี ใส่ความ หรือประจานใครทั้งนั้นด้วยความสัตว์จริง หากแต่แต่งนิทานนี้ขึ้นมาเพื่อให้เด็กที่อ่านได้รู้จักคิดและมองโลกกว้างขึ้น
.
.
แต่อย่างใดก็ตามผลข้างเคียงจากการอ่านนิทานสารขันอาจเกิดขึ้นได้
.
หากท่านใดเกิดอาการเหล่านี้ ?
.
หายใจติดขัด - ราวกับจะสำลักเอาก้อนที่อุดตันในทางเดินหายใจออก ใช้ยาดม ‘ถึงใจ’ นะครับ
เสียบเข้ารูจมูกซ้ายทะลุรูจมูกขวาเลยท่านจะได้หายใจคล่องและปลอดโปร่ง ปราศจากความคิดไบแอส หรือความคิดด้านเดียวซะที
.
เกิดตาบอดฉับพลัน – ไม่สามารถมองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ทุกอย่างมืดมัวไปหมด ขอแนะนำ ยาหยอดตายี่ห้อ ‘ฟายเลี้ยงคน’  ในเมื่อยายี่ห้อนี้สื่อให้เห็นถึงการที่คนไม่ยอมรับทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นจนให้ฟายมาเลี้ยงดีกว่า หยอดซะนะจะได้ตาสว่าง
.
สมองตื้อ – ไม่สามารถรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นได้ ต้องใช้ เต้าหู้ ตรา ‘รถคว่ำช้ำรัก 69’
วิธีใช้คือขึ้นไปบนเขาอากิบะนะครับแล้วเอาเต้าหู้โขกกับหัวสามเวลาหลังอาหารจนกว่าสมองของท่านจะแข็งกว่าเต้าหู้ และเมื่อนั้นสมองของท่านก็จะไม่อ่อนแออีกต่อไป
.
สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านเอนจอยไปกับ นิทานในวันนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้า